You are here: Home - News

News

 
  •   ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ช่อง ZEE Nung (ซีหนัง) บอลลีวูดในไทย 24 ชั่วโมง ทางช่อง CTH 77 ที่นี่ที่เดียวที่คุณจะได้ชมภาพยนตร์สุดอลังการจากประเทศอินเดีย และร่วมฉลองเทศกาล ดิวาลี (Diwali หรือ Divali) หรือเทศกาลแห่งแสงไฟ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวฮินดู, เชน และซิกข์ โดยทุกบ้านจะเฉลิมฉลองด้วยแสงไฟ มีการจุดบูชาไฟในตะเกียงดินเผาใบเล็กทำเป็นภาชนะ เทียน รวมทั้งดอกไม้ไฟด้วย

        งานนี้เหล่าซุป’ตาร์ออฟบอลลีวูดยกทัพมาร่วมฉลองวันแห่งความสุข ไม่ว่าจะเป็น ชารุค ข่าน, อักเช่ กุมาร, ชาฮิต คาปูร์, รันบีร์ คาปูร์, จอห์น อับบราฮัม, ดีพิก้า ปาดูโกน, ปริยังก้า โจปรา, อีลิน่า ดี ครูซ ฯลฯ เปิดประเดิมด้วย ภาพยนตร์ยอดนิยมที่พาเหลดมาให้ชมกันทุกวันศุกร์ (Friday Block Buster) เวลาดี 19:00-22:00 น. กับ 2 เรื่องเด่นในเดือนนี้

      “Desi Boyz” สองหนุ่มเพื่อนซี้ต้องเผชิญความยากลำบากกับค่าครองชีพที่สูงลิบในประเทศอังกฤษ แถมยังตกงานอีกต่างหาก และเพื่อความอยู่ยอด นิคิล (อักเช่ กุมาร) ต้องปิดบังแฟนสาว ราทิกา (ดีพิก้า ปาดูโกน) ว่าทำงานรับจ้างเป็น Escort ที่สาวๆ เหล่าไฮโซจ้างควงไปดื่ม ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง แต่แล้ววันหนึ่งแฟนสาวจับได้ด้วยความบังเอิญ งานนี้สาวราทิกาจะยอมให้อภัยหรือไม่ และชีวิตของสองหนุ่มจะดำเนินต่อไปอย่างไร ตามชม 3 ซุป’ตาร์ อักเช่ กุมาร, จอห์น อับบราฮัม และ ดีพิก้า ปาดูโกน ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคมนี้

     “Phata Poster Nikla Hero” ภาพยนตร์น่ารักสุดฮาของหนุ่ม วิชวาศ (ชาฮิต คาปูร์) ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นซุปเปอร์สตาร์ วันหนึ่งวิชวาศสวมชุดตำรวจเพื่อไปถ่ายแบบบังเอิญไปเจอกับ กายัล (อีลิน่า ดี ครูซ) ซึ่งเกิดเหตุจนวิชวาศได้เข้าไปช่วยเหลือจึงทำให้กายัลประทับใจและเกิดตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แถมยังเข้าใจว่าวิชวาศเป็นตำรวจจริงๆ เสียอีก งานนี้วิชวาศจึงปล่อยให้เลยตามเลยและสานสัมพันธ์ต่อ มาลุ้นกันว่าสาวกายัลจะจับได้หรือไม่ในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ห้ามพลาด!

                และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19:00-22:00 น. สาวๆ เตรียมเฝ้าหน้าจอได้เลย เพราะซี หนัง เอาใจแฟนKing of Bollywood ตัวจริง เพราะเดือนตุลาคมสองพระเอกสุดฮอต อย่าง ชารุค ข่าน และ รันบีร์ คาปูร์ จะมาทำให้สาวๆ ได้ฟินกันถ้วนหน้า

     พบกับพระเอกตลอดกาลอย่าง ชารุค ข่าน กับภาพยนตร์แอ็คชั่นสุดอลังการ “Don2” หลังจากที่กุมอำนาจมมืดในเอเชียไว้ได้ในกำมือ ดอน (ชารุค ข่าน) ต้องการที่จะขยายอำนาจของตัวเองและเป็นใหญ่ในแถบยุโรป แต่มาเฟียในยุโรปไม่ยอมให้ดอนขึ้นมามีอำนาจเหนือกว่า เขาจึงเดินทางมาที่กรุงเบอร์ลินเพื่อมาปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ เขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้หรือไม่ อย่าพลาดชม ในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้

        ต่อด้วยพระเอกหนุ่มที่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอย่าง รันบีร์ คาปูร์ พระเอกเลือดใหม่ที่มากความสามารถ กับบทบาทโจรสุดทะเล้นที่ตกหลุมรักสาวไฮโซ ทารา (ปัลลาวี ศรัทธา) ซึ่งได้รับภารกิจขโมยรถสุดหรูโดยไม่รู้ว่ารถที่ตัวเองไปโจรกรรมมานั้นเป็นรถของทารา แต่เมื่อเขารู้ความจริงแล้วจะทำยังไงต่อไป ติดตามชม “Besharam” วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม

     และปิดท้ายด้วยภาพยนตร์สุดอลังการ ประจำเดือนตุลาคม ที่ได้พระ-นางคู่ขวัญ ระดับคิง-ควีนออฟบอลลีวูดอย่าง ชารุค ข่าน และ ดีพิก้า ปาดูโกน ที่โคจรมาพบกันในภาพยนตร์เรื่อง “Chennai Express” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่กวาดรายได้ถล่มถลายจากทั่วโลกสูงสุดกว่า 2,1000 ล้านบาท และยังเป็นรายได้สูงสุดของทั้งคู่อีกด้วย Chennai Express เป็นเรื่องราวของ ราฮูล (ชารุค ข่าน) ผู้ออกเดินทางไปเมืองราเมชวาราม เพื่อลอยอังคารของปู่ ตามที่ปู่ได้สั่งเสียไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต ระหว่างทาง ราฮูลได้เจอกับ มีนา (ดีพิก้า ปาดูโกน) สาวใต้แสนสวยลูกสาวของมาเฟียมหาอำนาจ หลังจากนั้นการเดินทางของราฮูลก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาต้องเจอกับการผจญภัยสุดฮาที่เต็มไปด้วยฉากแอ็กชั่นสุดอลังการ แต่ก็ยังแฝงเรื่องราวความรักระหว่างราฮูลและมีนาอีกด้วย  พบความสนุกครบรสทั้งหมดนี้ได้ในช่อง ซีหนัง (Zee Nung) CTH77

  • 23 ก.ย. 2557 – พีพีทีวี เอชดี (PPTV HD) สถานีโทรทัศน์ดิจิตอล เอชดี แห่งเดียวที่เฟ้นสุดยอดสาระและความบันเทิงสดใหม่ ะทั้งไทย-เทศ เท่าทันทุกเหตุการณ์ สานต่อแนวคิด “เรื่องราวดีดีที่คุณต้องดู” ล่าสุดผนึกกำลังกับ บริษัท จีเอ็มเอ็มบี จำกัด (GMMB) ถ่ายทอดสดฟุตบอลจากลีกระดับแชมป์โลก “บุนเดสลีกา” ฤดูกาล 2014/2015 ยิงสดตรงจากประเทศเยอรมนี ให้คอบอลติดจอรอเชียร์กันได้อย่างเต็มอารมณ์ที่เหนือชั้นกับคุณภาพระดับ HD ครบ 34 แมตช์ เริ่มกันยายนนี้

    นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (BMB) ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล PPTV HD กล่าวว่า “ตั้งแต่กันยายนนี้เป็นต้นไปสถานีฯจะปรับปรุงผังรายการให้ตอบสนองผู้ชมให้มากขึ้นอย่างหลากหลาย ครบรส สอดคล้องกับสโลแกน “เรื่องราวดีดีที่คุณต้องดู” อันเป็นแนวคิดหลักของช่อง ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับ จีเอ็มเอ็มบี (GMMB) เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดศึกลูกหนัง “บุนเดสลีกา” ฤดูกาล 2014/2015 ทั้งหมด 34 แมตช์ โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่กันยายน 2557 – พฤษภาคม 2558 เพื่อตอบโจทย์แฟนพันธุ์แท้ที่จะไม่พลาดทุกแมตช์สำคัญ ทั้งนี้ลีกบุนเดสลีกาของเยอรมันถือได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลชั้นนำของยุโรปและของโลก เนื่องจากเป็นลีกที่ได้รวบรวมนักเตะชุดแชมป์ฟุตบอลโลกทีมชาติเยอรมัน ที่มีมาตรฐานเหนือกว่าทุกทีมในยุโรป อาทิ สโมสรบาเยิร์น มิวนิค,โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ฮัมบูร์ก, ชาลเก้04 ฯลฯ ซึ่งทีมเหล่านี้ล้วนเป็นสโมสรที่มีนักเตะฝีเท้าจัดจ้าน พาทีมผ่านเข้ารอบลึกๆของฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกทุกปีอีกด้วย นอกจากการถ่ายทอดสด 34 แมตช์แล้ว ทางพีพีทีวียังได้รับสิทธิ์ในการจัดทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นผู้ชมในลักษณะ On Ground โดยในต้นปี 2558 พีพีทีวีมีโครงการจัดกิจกรรมเชียร์บอลเยอรมันและแคมเปญร่วมสนุกทายผลฟุตบอลเยอรมันกับผู้ชม โดยจะมีรางวัลเป็นรถยนต์เยอรมันและพาผู้ชมไปชมการแข่งขันที่เยอรมันอีกด้วย ”

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มบี จำกัด กล่าวว่า “ในความร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่างพีพีทีวี เอชดี และ จีเอ็มเอ็มบี เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้แฟนบอลลีกยักษ์ใหญ่จากเมืองเบียร์ อย่างบุนเดสลีกา จะได้มีโอกาสติดตามชมและเชียร์นักฟุตบอลระดับเวิล์ดคลาสทางแพลทฟอร์มทีวีดิจิตอล ซึ่งในการออกอากาศทางพีพีทีวี เอชดี ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อตอบสนองความต้องการแฟนบอลที่ดีครับ ยิ่งกว่านั้นแฟนบอลเมืองเบียร์จะได้รับอรรถรสในการชมและเชียร์อย่างเต็มอารมณ์ ด้วยคุณภาพระดับเอชดี (HD) ของพีพีทีวี เอชดี ที่จะไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังแน่นอนครับ ”

    โดยใน 2 แมตช์แรก ได้ถ่ายทอดสดความมันทุกประตูออกสู่จอทีวีให้เหล่าสาวกได้ติดตามกันไปแล้ว ซึ่ง แมตช์สาม จะถ่ายทอดสดในวันพุธที่ 24 ก.ย. เวลา 01.00 น. ระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์-สตุ๊ตการ์ต แมตช์สี่ เสาร์ที่ 27 ก.ย. เวลา 23.30 น. ระหว่าง วูฟเบิร์ก – แวร์เดอร์ เบรเมน สำหรับในเดือนตุลาคมสามารถติดตามชมได้ในวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. เวลา 23.30 ระหว่าง ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต-โคโลญจน์ เสาร์ที่ 18 ต.ค. เวลา 20.30 ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค-แวร์เดอร์ เบรเมน เสาร์ที่ 25 ต.ค. เวลา 23.30 ระหว่าง เลเวอร์คูเซ่น-ชาลเก้ ติดตามข้อมูลการแข่งขันและถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD, www.gmmz.tv และ เว็บไซด์ของแฟนคลับฟุตบอลเยอรมันตลอดฤดูกาล

    แมตช์ฟุตบอลดีๆ ที่คุณต้องดู คัดสรรมาระเบิดความมัน เต็มอารมณ์ให้กับเหล่าแฟนลูกหนังตัวจริงที่ไม่ควรพลาด ทางช่อง PPTV HD ดิจิตอลทีวีช่อง 36 หรือทางเคเบิลและทีวีดาวเทียมช่อง 6 และ 46

    ****************************************

  • บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชมภายใต้ We Share CTH Everywhere อาทิ  ระบบดาวเทียม, IPTV ,มือถือ, อินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ซึ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบในการรับชม โดยผ่านระบบเติมเงินหรือเพย์ทีวี (Pay TV)

    นอกจากการรับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ ลีก (Barclays Premiere League) ที่ทาง ซีทีเอช    ได้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ในประเทศไทย สามารถรับชมผ่านช่อง Stadium 1-6 รวมถึงการแข่งขันกีฬาสุดมันส์ที่เอาใจจคนรักกีฬา

    คุณชนวัฒน์ วาจานนท์ – รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร สายงานผังรายการและผลิตรายการ กล่าวว่า คอนเทนต์ที่เราคัดสรรล้วนแต่เป็นคอนเทนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่รวบรวมเอาใจสมาชิกทุกคนในครอบครัว ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น! ไม่ว่าจะเป็นช่อง MAX Sports (แม็กซ์ สปอร์ตส) เอาใจคนที่ชื่นชอบศิลปะแม่ไม้มวยไทยโดยเฉพาะ สามารถชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันแม็กซ์ มวยไทย ไลฟ์ ทุกวันเสาร์ และการแข่งขันมวยไทยระดับนานาชาติ แม็กซ์ เวิรล์ด แชมป์เปี้ยน 2014 ซึ่งเป็นการชิงแชมป์ระดับโลก ทุกวันอาทิตย์  หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบลุ้นระทึกและชอบความตื่นเต้น ขอแนะนำให้ชมการแข่งขันมวยปล้ำระดับโลกในช่อง WWE (ดับเบิลยู ดับเบิลยู อี) โดยซูเปอร์สตาร์ขวัญใจสาวๆ อย่าง จอห์น ซีน่า ยกทัพมาท้าชนสนั่นเวที รับประกันความมันส์โดย น้าติง-สุวัฒน์ กลิ่นเกษร  หรือถ้าคุณเป็นคนที่สนใจกีฬาและความบันเทิงต้องเปิดช่อง สปอร์ต  สปิริต (Sport Spirit) ช่องสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์  ที่เสริฟความบันเทิงรูปแบบใหม่ให้วัยรุ่นไทย โดยมีศิลปิน-ดาราคนโปรดที่จะมาชวนแฟนๆ เพลิดเพลิน สนุกสุดเหวี่ยงไปกับการเล่นกีฬาสุดโปรดของพวกเขา

       นอกจากนี้ ซีทีเอช ยังอัดแน่นความบันเทิงให้เลือกชมอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นช่อง ซีทีเอช  ลูกทุ่งเงินล้าน ที่เข้าถึงคอลูกทุ่ง คนลูกทุ่งอย่างแท้จริง ซึ่งได้ทีมงานมืออาชีพจากคลื่นวิทยุลูกทุ่งเอฟเอ็ม นำทีมโดย คุณวิทยา ศุภพรโอภาส ที่ขนนักร้องลูกทุ่งแถวหน้าของเมืองไทยมาไว้ที่นี่อย่างคับคั่ง แต่ถ้าคุณเป็นที่รักหนังเราก็คัดสรรภาพยนตร์น้ำดีมาให้ได้เลือกชมโดยเฉพาะ อย่างช่อZee Nung (ซี หนัง) ที่นี่ที่เดียวที่คุณจะได้ชมภาพยนตร์จากประเทศอินเดีย ด้วยทุนสร้างมหาศาลพร้อมโปรดักชั่นสุดอลังการเทียบเท่าระดับฮอลลีวู้ด แล้วคุณจะลืมภาพยนตร์อินเดียในแบบเดิมๆ ไปเลย ให้เสียงภาษาไทยโดยทีมพากษ์คุณภาพจากพันธมิตร ส่วนใครที่หลงใหลพระเอก-นางเอกระดับคิงออฟบอลลีวูดอย่าง ชารุค ข่าน และควีนออฟบอลลีวูดอย่าง ดีพิก้า ปาดูโกน ไม่ควรพลาดเช่นกันเพราะเรามีภาพยนตร์ของทั้งคู่ให้ชมแบบเต็มอิ่มแน่นอน นอกจากนี้ยังมีช่อง FOX Movies Premium, FOX Action Movies, FOX Crime, FOX Family Movies, ช่อง Thrill, ช่อง KIX, ช่อง syfy, ช่อง SONY, ช่อง Star World, ช่อง Universal, ช่อง NOW DRAMA ฯลฯ และช่อง CCM (Celestial Classic Movies) รวบรวบภาพยนตร์สุดคลาสสิคอันทรงพลังจาก ชอร์ บาร์เธอร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์จีนกำลังภายใน ในวันอังคารที่ 30 กันยายนนี้ ทางช่องได้จัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง CTH Experience : Up Close and Personal with David Chiang โดยหาผู้โชคดีดินเนอร์แบบ Exclusive กับนักแสดงระดับตำนานอย่าง คุณเดวิด เจียง จากภาพยนตร์จีนเรื่อง มังกรหยก, เดชไอ้ด้วน ที่โด่งดังมากในยุค70 ซึ่งคอนเทนต์ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีช่องอื่นๆ  ระดับพรีเมี่ยม รวมถึงช่องสาระน้ำดี ช่องการ์ตูนที่เอาใจเด็กๆ แบบเต็มอิ่ม ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวที่ไปกับคุณได้ทุกที่ภายใต้ We Share CTH Everywhere ครับ คุณชนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

    ขอขอบคุณจากใจ / ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ซีทีเอช

    สามารถติดตามรับชม ความบันเทิง ช่องต่างๆ จาก CTH ได้ที่

    -          กล่องรับสัญญาณ CTH (Satellite / Cable)

    -          กล่องรับสัญญาณ PSI

    -          กล่องรับสัญญาณ GMMZ

    -          บนสมาร์ท ทีวี (ซัมซุง, แอลจี ***เฉพาะรุ่นที่รองรับสามารถสอบถาม ณ จุดขาย)

    -          แอพพิเคชั่น Watchever บนมือถือ สมาร์ทโฟน (เฉพาะในระบบดีแทคเท่านั้น)

    ***หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center 1619

  • กรุงเทพฯ – 11 กันยายน 2557 – บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสมาร์ททีวีและทีวีสามมิติ เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ ผลจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลทีวีและมหกรรมฟุตบอลโลกที่หนุนยอดขายให้เติบโตตามเป้า พร้อมเปิดเผยกลยุทธ์การตลาดของกลุ่มธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ในไตรมาสสี่ จับมือบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) (CTH) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดสมาร์ททีวีแคมเปญพิเศษตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค หวังขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต โดยคาดว่าตลาดจะสามารถเติบโตราว 5 เปอร์เซ็นต์ และแอลจีเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2557

    คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปีพ.ศ. 2557 เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการทีวีรุ่นใหม่ที่มาพร้อมจูนเนอร์ที่รับสัญญาณดิจิตอลได้ อีกทั้งปัจจัยมหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกก็ส่งผลให้เกิดความต้องการในการซื้อทีวีจอใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

    สำหรับครึ่งปีหลัง แอลจียังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เราเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของตลาดสมาร์ททีวี เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยนิยมเชื่อมต่อโลกออนไลน์จากทุกช่องทางและสมาร์ททีวีก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่มอบอรรถรสในการรับชมที่เต็มตาเต็มอารมณ์กว่าและรับชมได้ทีละหลายๆ คนซึ่งแตกต่างจากการใช้งานสมาร์ทโฟน ทั้งนี้แอลจีพร้อมลุยตลาดทีวีด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ webOS ที่มุ่งสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานสมาร์ททีวีให้ง่ายและปราศจากความยุ่งยากของขั้นตอนต่างๆ ปัจจุบัน แอลจีประเทศไทยได้จำหน่ายสมาร์ททีวีที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ webOS จำนวนกว่า 60,000 เครื่อง และมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคชาวไทยจะเกิดความต้องการสมาร์ททีวีที่ใช้งานง่ายมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการรับชมทีวีของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คือ ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกช่องทางการรับชมและเลือกชมคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการเท่านั้น ดังนั้น แอลจีจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดีมีคุณภาพเพื่อเติมเต็มความสุขของผู้บริโภค”

    นอกเหนือจากคุณสมบัติของสมาร์ททีวีที่ใช้งานง่ายสะดวกสบาย แอลจีร่วมกับบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  หรือซีทีเอช ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม  อาทิ  ระบบดาวเทียม  ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต เคเบิลทีวี และระบบ IPTV เพื่อความบันเทิงที่ถูกลิขสิทธิ์และมีคุณภาพสูง จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าแอลจีที่ซื้อสมาร์ททีวีรุ่นที่ร่วมรายการ ได้รับสิทธิ์ชมฟุตบอลบาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีก สด ครบทุกแมตช์จากซีทีเอช ฟรีถึง 60 วันพร้อมพรีเมียมแพคเกจ เพื่อรับชมสาระบันเทิงอื่นๆ อย่างเต็มอรรถรส

    “เนื่องจากแอลจีเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีว่ามีความชื่นชอบและติดตามฟุตบอลบาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น เพราะเป็นเกมการแข่งขันที่สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ แอลจีจึงได้ร่วมมือกับซีทีเอชมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าแอลจีสมาร์ททีวีได้รับชมเกมการแข่งขันสด ครบทุกแมตซ์ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะแอลจีได้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของซีทีเอชไว้บนแพลตฟอร์มของสมาร์ททีวี ช่วยแก้ปัญหาลูกค้าที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งจานรับสัญญาณ เช่น ลูกค้าที่อาศัยในคอนโดมิเนียม” คุณนิพนธ์กล่าวเพิ่มเติม

    นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกครบครันอย่างรอบด้าน แอลจีจับมือธนาคารกรุงเทพมอบสิทธิพิเศษทางการเงินที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าแอลจี โดยจัดแคมเปญสมาร์ททีวีรับสิทธิ์ถึง 3 ต่อ เมื่อซื้อสมาร์ททีวีรุ่นที่ร่วมรายการของแอลจีและแบ่งชำระด้วยบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ จะได้รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 20% อีกทั้งยังได้รับชมแพคเกจพรีเมียมฟรีจากซีทีเอชเพิ่มจาก 60 วันเป็น 90 วัน

    “แอลจีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างซีทีเอชและธนาคารกรุงเทพ จัดแคมเปญพิเศษเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้บริโภค ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันของทีวีแอลจี คอนเทนต์โดนใจผู้บริโภคจากซีทีเอช และข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษจากธนาคารกรุงเทพ แอลจีมั่นใจว่าเราจะเติบโตตามเป้าหมายด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2557 นี้” คุณนิพนธ์ กล่าวเสริม

    ปัจจุบัน แอลจีวางจำหน่าย สมาร์ททีวีทั้งหมด 17 ซีรีย์ 43 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32 นิ้วถึง 84 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท ถึง 599,990 บาท  สำหรับปีนี้แอลจีวางแผนจะเพิ่มจำนวนสมาร์ททีวี ให้มากถึง 19 ซีรีย์  45 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32 นิ้วถึง 84 นิ้วภายในสิ้นปีพ.ศ. 2557 เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้ครบทุกเซกเม้นท์

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือ www.lg.com/th

    *แอลจีสมาร์ททีวีที่ร่วมรายการทั้งหมด 19 ซีรีส์ ได้แก่ EC980T (77 นิ้ว) EC970T (65 นิ้ว) EC930T (55 นิ้ว) EA970T (55 นิ้ว) EA880T (55 นิ้ว) UB980T (84- 79- และ 65 นิ้ว) UC970T (65 และ 55 นิ้ว) UB950T (65 และ 55 นิ้ว) UB930T (65 นิ้ว) UB850T (55 และ 49 นิ้ว) UB830T (55 และ 49 นิ้ว) UB820T (55- 49- และ 42 นิ้ว) UB800T (40 นิ้ว) LB750T (65 และ 55 นิ้ว) LB670T (55- 47- และ 42 นิ้ว) LB656T (70 นิ้ว) LB650T (60- 50- 42- และ 32 นิ้ว) LB582T (60- 55- 50- 42- และ 32 นิ้ว) และ LB582D (32 นิ้ว)

    ภาพกิจกรรม

    # # #

  • บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company)  ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม อาทิ ระบบดาวเทียม  ระบบไอพีทีวี ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจมา 5 ปีเต็ม   เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารฯพร้อมทั้งพนักงานร่วมทำบุญเลี้ยงพระประจำปี เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีคุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยคณะกรรมการบริษัท อาทิ คุณวัชร วัชรพล, คุณเพชรัตน์ ทองแตง, คุณวิอร ทองแตง  และคณะผู้บริหารนำโดย คุณเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์, ดร.เพียงเพ็ญ  ทุมมานนท์, คุณอัครเดช ศุภมหิธร, คุณพุฒิพงษ์  ธรรมวิชัย, คุณวศิน บูรณะเหตุ, คุณณัฐวัชร์ วรนพกุล, คุณชนวัฒน์  วาจานนท์คุณรัชดา  ทองใหญ่ ณ อยุธยา พร้อมพนักงานในบริษัทฯ เข้าร่วมงานบุญกันอย่างคับคั่ง

    ฤกษ์ดีเวลา 09:00 น. คุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงพนักงานทุกท่าน ร่วมจุดธูปเทียน และพวงมาลัย สักการะพระพรหม ซึ่งเป็นศาลประจำบริษัท และไหว้ศาลตา-ยาย จากนั้นคณะผู้บริหารย้ายเข้าสู่ปรัมพิธี โดยคุณวิชัย ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ 9 รูป อาราธนาเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นคณะผู้บริหารถวายภัตตาหาร และถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม  พระสงฆ์กล่าวอนุโมทนาให้ศีลให้พร และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน  ปิดท้ายด้วยคุณเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบวัตถุมงคลเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เรียกได้ว่างานนนี้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

    ภาพกิจกรรม

     

  • บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) – ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  พันธมิตรทางการค้ารายล่าสุด โดยในความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ฐานลูกค้าของซีทีเอชขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องด้วยปัจจุบันเอสไอเอสมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ IT Retail มากกว่า 2000 ราย ทำให้ฐานลูกค้าทั้งหมดกว่า 2000 รายนี้สามารถซื้อสินค้าและบริการของซีทีเอชผ่านช่องทางเอสไอเอส เพื่อไปจัดจำหน่ายได้ทันที และในระยะต่อไปนอกจากจะจัดจำหน่ายกับฐานลูกค้าเดิมของเอสไอเอสแล้ว บริษัทฯจะมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของซีทีเอชเพิ่มเติมได้อีกด้วย

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันซีทีเอชฯ คือ Media & Entertainment Company ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม ผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ ระบบดาวเทียม  ระบบไอพีทีวี ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ภายใต้คอนเซ็ปท์  We Share CTH Everywhere และเพื่อเป็นการขยายฐานผู้ชมเพิ่มมากขึ้นตามเป้าที่วางไว้ในทุกช่องทางการรับชม 10 ล้านสมาชิก ภายในสิ้นปี 2557 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายช่องทางการรับชมคอนเท้นต์พรีเมี่ยมของซีทีเอช วันนี้ซีทีเอชร่วมมือกับ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจ IT Distribution ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ, มีประสิทธิภาพในการจัดจำหน่ายสินค้า ประกอบกับซีทีเอชมีสินค้าที่ดี ที่มีความน่าสนใจ และอยู่ในตลาดที่มีการเจริญเติบโตสูง เราจึงจึงใช้จุดแข็งที่มีอยู่ของทั้งสองบริษัทมาผนวกเข้าด้วยกัน เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ในด้านธุรกิจที่จะขยายตัวมากขึ้น”

    ทางด้านบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  มองเห็นโอกาสในความร่วมมือครั้งนี้ที่จะช่วยให้ช่องทางที่มีอยู่แล้วของเอสไอเอสมีสินค้าให้จำหน่ายมากขึ้น และซีทีเอชจะมีช่องทางที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

    นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว “จากธุรกิจหลักของเอสไอเอสที่เป็น IT Distribution หนึ่งในหน้าที่หลักของบริษัทฯ คือ การหาสินค้า/บริการ ที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดและอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัว มาป้อนให้กับช่องทางที่บริษัทฯมีอยู่แล้ว ซึ่งจะให้ประโยชน์ทั้งสองด้าน คือ ในด้านที่ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของบริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจเพิ่มเติมไปยังส่วนอื่นที่กำลังเติบโตได้ และถือเป็นการขยายธุรกิจของเอสไอเอสเช่นกัน ซึ่งนอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมให้กับฐานลูกค้าเดิมแล้ว การมีสินค้าประเภทใหม่เพิ่มขึ้น จะทำให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้นเช่นกัน ในแง่ซีทีเอชผมเชื่อว่าการมีคู่ค้าที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายมาร่วมงานด้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวม เพราะช่วยให้สินค้า/บริการ เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วและครอบคลุมขึ้นในต้นทุนที่ลดลง และเอสไอเอสได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำงานด้าน Distribution หลักให้กับซีทีเอช  เพราะเอสไอเอสมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว  สามารถจัดจำหน่ายสินค้าทั้งหมดของซีทีเอชไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันจากฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกของเอสไอเอส กว่า 2000 รายทั่วประเทศ จะเข้ามาช่วยขยายฐานการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เชื่อว่าจะทำให้ซีทีเอชบรรลุเป้าหมายการเพิ่มฐานลูกค้าให้ได้เร็วยิ่งขึ้น”

    ในส่วนของการดำเนินงานร่วมกัน นายเชิดศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “ในช่วงแรกจะเป็นการเลือกสินค้า/บริการบางรายการของซีทีเอช แล้วนำมาเสนอให้กับช่องทางเดิมของเอสไอเอสไปก่อน เพราะจะดำเนินการได้รวดเร็วและระยะต่อไป บริษัทฯจะมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ  เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในช่องทางจัดจำหน่ายของเอสไอเอสมายิ่งขึ้น

    ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณในความกรุณาที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สาธารณชนทราบด้วยดีเสมอมา

    ************************************************************************************************

  • แพลน บี ผู้นำในการให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ที่มีความหลากหลายพร้อมด้วยนวัตกรรมสื่อมากที่สุดในประเทศ จับมือกับ ซีทีเอช ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอล บาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ ในการรับชมไฮไลท์การแข่งขัน ตารางและผลการแข่งขันฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ผ่านจอดิจิตอลบิลบอร์ดบริเวณสี่แยก 100 จอ ทั่วกรุงเทพฯ

    จากการที่ไลฟ์สไตล์ของคนไทยปัจจุบันใช้เวลานอกบ้านมากกว่า 10 ชั่วโมง และอยู่บนท้องถนนเฉลี่ยที่ 2 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มที่ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยมีความใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แพลน บีเล็งเห็นโอกาสในการสร้างช่องทางเพื่อสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องใช้ชีวิตในการเดินทางบนสภาพการจราจรที่ติดขัด จึงได้สร้างเครือข่ายของจอ ดิจิตอลบิลบอร์ด ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมดำเนินการให้สื่อจอดิจิตอลบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ ของบริษัทฯ มีเนื้อหารายการที่เป็นประโยชน์ และมีความหลากหลาย ซึ่งประเดิมโดยการนำเสนอคอนเท้นต์ฟุตบอล  บาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลิขสิทธิ์จากซีทีเอช

    นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท แพลน บี ยึดมั่นในพันธกิจที่จะสร้างช่องทางสื่อสารที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย    ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันประกอบไปด้วยสื่อ Out of Home ประเภท Transit (Bus Wrap, MRT), ป้ายนิ่งประเภท Roadside และ Street Furniture, สื่อ Digital Out of Home, และ Mall Media  โดยในทิศทางปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการขยายสื่อประเภท Digital Out of Home      ให้ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ เป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 100 จอ และสามารถเข้าถึงผู้คนกว่า 10 ล้านคน โดยมีจุดแข็งที่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้โฆษณาที่ต้องการสร้างจุดสนใจด้วยการนำเสนอหนังโฆษณา หรือ Flash animation และมุ่งเน้นไปที่การกระจายตัวของจุดติดตั้งที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณสี่แยก ในเขตสำคัญๆ แหล่งที่มี traffic สูงเพื่อเพิ่มความถี่ในการรับชมและการเข้าถึงผู้บริโภคระหว่างเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

    ดร.พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยสภาวะปัจจุบันที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้นเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ต่อวัน และใช้เวลาในการเดินทางเฉลี่ยที่ 2 ชั่วโมง โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ด้วยปัจจัยภาวะเศรษฐกิจและการพัฒนาเข้าสู่สังคมเมือง ทางบริษัทฯ จึงเล็งเห็นว่าสื่อ Digital Out of Home ของบริษัทฯ ควรมีเนื้อหา สาระ และความบันเทิง สำหรับผู้ชมที่พบเห็นสื่อระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกในการบริโภคสื่อที่มีความหลากหลาย”

    “ทางบริษัทฯ มองว่าการได้จับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่าง ซีทีเอช ที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร ด้วยการนำเสนอ content ฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่มีความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย จะสามารถตอบโจทย์ทำให้สื่อ Digital Out of Home  ของบริษัทฯ ในการสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้รับชมเป็นอย่างดี”

    “นอกเหนือจากนี้ บริษัท แพลน บีฯ ยังได้จับมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมูลนิธิกระจกเงา ในการที่จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับ คนหาย และ รถหาย รวมทั้งพันธมิตรอื่นๆ ที่เป็นองค์กรเพื่อสังคมเช่น สภากาชาดไทย ในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อของบริษัทฯ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์อีกด้วย

    แพลน บี และ ซีทีเอช ซึ่งต่างตระหนักถึงการนำสาระเรื่องราวที่มีประโยชน์นำเสนอสู่ประชาชน จึงใช้ศักยภาพของจอดิจิตอลบิลบอร์ด 100 จอ ที่มีเครือข่ายทั่วกรุงเทพฯ ในการนำเสนอไฮไลท์การแข่งขัน ตาราง และผลการแข่งขันฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลิขสิทธิ์จากซีทีเอช  ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะมีการทำกิจกรรมร่วมกันซึ่งอาจรวมถึงการถ่ายทอดสดการแข่งขันคู่สำคัญผ่านจอ LED ทั่วกรุงเทพฯ

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ซีทีเอช คือ ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชมโดยการตั้งราคาที่เหมาะสม อาทิ ระบบดาวเทียม ระบบ IPTV ระบบมือถือ ระบบอินเทอร์เน็ต และเคเบิลทีวี และเพื่อเป็นการขยายฐานผู้ชมเพิ่มมากขึ้นตามเป้าที่วางไว้ในทุกช่องทางการรับชม 10 ล้านสมาชิก ภายในสิ้นปี 2557 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายช่องทางการรับชมคอนเท้นต์พรีเมี่ยมของซีทีเอช เพื่อสนองต่อนโยบายหลักขององค์กร คือ We Share CTH Everywhere วันนี้บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากสื่อ Out of Home ที่แข็งแกร่งอย่าง แพลน บี    ในการนำคอนเท้นต์ฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลงจอดิจิตอลบิลบอร์ด 100 จอ ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ ไฮไลท์ของการแข่งขันประจำสัปดาห์ รวมถึงการอัพเดทตารางคะแนน และตารางการแข่งขันในสัปดาห์ต่อไป”

    “ผมเชื่อว่าในความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้เรื่องราวของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่ซีทีเอชได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดมานั้น จะไปสู่สายตาของแฟนบอลตัวจริงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังเชื่อว่าผู้ที่อาจจะไม่ใช่คอบอล แต่เมื่อได้ชมภาพของไฮไลท์ฟุตบอลมันส์ๆ ผ่านจอสวยๆ ที่มีความคมชัดสูง สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลและไม่ทำลายสายตา ทุกคนจะสนุกตามไปด้วยอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเร่งพัฒนาช่องรายการและเนื้อหาที่มีสาระบันเทิงให้ครบครัน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้คุณภาพด้านภาพและเสียงที่ดียิ่งขึ้น เทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก เพื่อให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับความพึงพอใจสูงสุดอีกด้วยครับ

    การผนึกกำลังกันระหว่างบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่เหมือนกันของทั้งสองบริษัท ในการเป็นองค์กรที่พัฒนาช่องทางในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ  พร้อมด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงเช่นทุกวันนี้

    ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณในความกรุณาที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สาธารณชนทราบด้วยดีเสมอมา

    ************************************************************************************************

  • ลงนามเซ็นสัญญา

    พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ร่วมจับมือใน พิธีลงนามในสัญญาเผยแพร่ “พรีเมียร์ลีก” ฤดูกาล 2014-2015 โดยมี ชาคริต พิชญางกูร จิรศักดิ์, วัฒนาพุทธากร, ณัฐวัชร์ วรนพกุล, และ ชนวัฒน์ วาจานนท์ ร่วมงานด้วย ณ บมจ.อาร์เอส วันก่อน

    บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

    ชนวัฒน์ วาจานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผังรายการและผลิตรายการ บมจ. ซีทีเอช / ณัฐวัชร์ วรนพกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. ซีทีเอช / เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีทีเอช / พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ  บมจ.อาร์เอส / ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดลา ลีกา บมจ.อาร์เอส และ จิรศักดิ์ วัฒนาพุทธากร ผู้อำนวยการสายงานจัดจำหน่ายธุรกิจเพลง บมจ.อาร์เอส

    ************************************************************************************************

  • เมื่อเร็วๆนี้ – CTH โดยคุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริหาร และ dtac โดยคุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจรแล้ววันนี้  ดูได้ทั้งบนทีวีและมือถือ พร้อมเน็ตฟรี โทรฟรี ภายใต้คอนเซปต์ “ครบทุกความบันเทิงในมือคุณ!” เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สุดคุ้ม dtac CTH” ที่สามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ของซีทีเอชได้แล้ววันนี้ ทั้งบนทีวี สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรับสิทธิพิเศษที่มอบให้เป็นจำนวนมาก อาทิ สิทธิ์โทรฟรีทุกเครือข่าย หรือ สิทธิ์การใช้งานฟรี อินเทอร์เน็ต, dtac wifi และ SMS นำความบันเทิงมาให้ลูกค้าแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่าสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดตัวอย่างสุดมันส์ในธีมปาร์ตี้ “Blue Party” ที่สนุกสุดเหวี่ยง ภายในงานกองทัพนักแสดง ศิลปิน ทั่วฟ้าเมืองไทยต่างขานรับ ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ มินท์ ณัฐวรา, เบนซ์ ปุณยาพร, ฝ้าย ณิชานันท์,อาตุ่ย, ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา, ตูมตาม เดอะสตาร์7, โอบและอัดทีมนักแสดงจากฮอร์โมน , ปันปัน เต็มฟ้า, แหนม รณเดช, ไนกี้, โจนัส-คริสตี้ ฯลฯ ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากเจ้าพ่อแร๊พเปอร์เมืองไทย “เจ-เจตริน” พร้อมกันนี้ดีแทคและซีทีเอชใจดีแจกลักกี้ดอร์ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-อ่องกง จำนวน 2 ที่นั่งอีกด้วย

    สามารถสมัครแพ็กเกจ “dtac CTH” ได้แล้ววันนี้ ที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น dtac Watchever สามารถดาวน์โหลด ผ่าน  App Store และ Google play ได้แล้ววันนี้ หรือ กด *197*5#โทรออก เพื่อรับ link download รายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.dtac.co.th

    ภาพกิจกรรมภายในงาน BLUE PARTY

    …………………………………………………………………………..

  • ซีทีเอช – พีเอสไอ – อินโฟแซท – เอบีทีวี  4 ธุรกิจแพลตฟอร์มของประเทศไทยวอนขอความเป็นธรรม พร้อมแจง 4 ข้อเท็จจริงที่ซีทีเอชต้องแบกรับต่อ คสช. และ กสทช. เพื่อให้ทบทวนกรณีการแจกคูปองกล่องทีวีดิจิทัลอย่างเป็นธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง และทบทวนการแจกกล่องรับสัญญาณระบบความคมชัดมาตรฐาน (SD) เป็นระบบความคมชัดสูง (HD) เพื่อรองรับการรับชมทีวีดิจิทัล

    สืบเนื่องจากการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าไปตรวจสอบ 4 โครงการใหญ่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และได้มีคำสั่งให้ชะลอโครงการทั้งสี่ดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นคือโครงการจัดสรรคูปองให้กับประชาชนเพื่อรับชมทีวีดิจิทัลมูลค่า 1,000 บาท/ ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และก่อนที่ คสช. จะมีคำสั่งตรวจสอบดังกล่าว ได้มี 14 ผู้ประกอบการฟรีทีวีได้ยื่นข้อคัดค้านการแจกคูปองผ่านทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ต่อ กสทช. เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอ้างว่า เงินกองทุนที่นำมาตั้งเพื่อจัดสรรคูปองดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการประมูลใบอนุญาตฟรีทีวี 24 ช่อง

    ทั้งนี้ นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วย นายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด, นาย นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท จำกัด และ นายณัฐ รองสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย บรอดคาสติ้ง เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เปย์ทีวี) ทั้งระบบเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม รวมทั้งถือใบอนุญาตโครงข่ายจาก กสทช. ได้ร่วมกันชี้แจงถึง ข้อเท็จจริง ซึ่งโต้แย้งกับข้อคัดค้านของกลุ่ม 14 ฟรีทีวีดังกล่าวถึง คสช. ผ่าน พล.ท. อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และ กสทช.

    นายเชิดศักดิ์ กล่าวถึงข้อเท็จจิรงเพื่อโต้แย้งข้อคัดค้านกลุ่ม 14 ฟรีทีวีว่า  “การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมนั้นล้วนถือกำเนิดก่อนการก่อตั้ง กสทช.ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดล้วนต้องฝ่าฟันบนเส้นทางธุรกิจด้วยตนเอง โดยปราศจากการสนับสนุนใดๆ จากภาครัฐ แต่เมื่อเกิดโครงการแห่งชาติที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากระบบการออกอากาศจากระบบอนาล็อกมาเป็นระบบดิจิทัลเช่นเดียวกับนานาชาติในภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมทั้งต้องลงทุนพัฒนาโครงการด้วยเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาล เพื่อสนองนโยบายแห่งรัฐ ดังนั้น การจำกัดตัดสิทธิ์จึงถือเป็นกรณีที่ไม่เท่าเทียมและไม่เป็นธรรม

    ในการพัฒนาตนเองเพื่อรองรับระบบการออกอากาศบนระบบดิจิทัลให้ลุล่วงตามเจตนารมณ์ของ กสทช.นั้นมีองค์ประกอบสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีศักยภาพและรวดเร็ว โดยเกิดปัญหาน้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว แต่กลับไม่เคยให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย อีกทั้งไม่ให้เครื่องมือสำคัญเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี สาเหตุดังกล่าวจึงกลายเป็นการทำร้ายผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มโดยตรง เนื่องจากต้นทุนที่สำคัญของเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม คือ ระบบโครงข่ายและกล่องรับสัญญาณ (กล่อง Set-Top-Box) หากต้องการเร่งวางกล่องรับสัญญาณแบบดิจิทัล ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายก่อนจึงจะสามารถวางกล่องดิจิทัลได้ แม้ในวันนี้ผู้ประกอบการหลายรายได้พัฒนาตนเองเพื่อรองรับระบบดิจิทัลแล้ว แต่ต้องลงทุนเรื่องกล่อง Set-Top-Box ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีก ในขณะที่ฟรีทีวีที่เข้ามาดำเนินธุรกิจภายหลังกลับได้สิทธิพิเศษตามที่ตนเองต้องการย่อมไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของ กสทช.”

    ขณะที่ นายวรสิทธิ์ กล่าวถึงข้อเท็จจิรงที่หลายคนอาจมองข้ามว่า “ที่ผ่านมาธุรกิจดาวเทียมได้สร้างฐานมาด้วยตนเอง เห็นจากการเข้าถึงในทุกพื้นที่อย่างครอบคลุมอย่าง มีประสิทธิภาพ ตลอดจนพื้นที่ที่ยากแก่เข้าถึง อาทิ พื้นที่ในที่ห่างไกล และภูมิประเทศอย่างภูเขา เกาะต่างๆ  ขณะที่การให้บริการในยุคดิจิทัลระยะเริ่มแรกนั้น การแพร่ภาพเสียงและภาพได้ใช้จานรับสัญญาณดาวเทียมในการส่งต่อสัญญาณให้ได้รับชมในแพลตฟอร์มดาวเทียมอย่างมีศักยภาพเช่นเดียวกัน แต่กลับเผชิญ อุปสรรคที่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมปฏิเสธไม่ได้จาก หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป  หรือ กฎ Must Carry ของภาครัฐเอง ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างหลักประกันว่า ผู้ชมจะต้องเข้าถึงและได้รับชมฟรีทีวีได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมผ่านช่องทาง (Platform) ของผู้ให้บริการโครงข่าย (ทั้งภาคพื้นดินและดาวเทียม) ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวีหรือทีวีดาวเทียม) โดยกฎ Must Carry ดังกล่าวมีนัยยะที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า นับจากนี้ ผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มจะต้องถูกบังคับให้แพร่ภาพฟรีทีวี (24 ช่อง)  และทีวีสาธารณะ (12 ช่อง) รวมทั้งหมด 36 ช่องบนระบบดิจิทัล ขณะที่ทีวีที่แพร่ภาพบนระบบอนาล็อกนั้นมีช่องรายการไม่เกิน  5 – 60 ช่อง ซึ่งการแพร่ภาพบนระบบดิจิทัล 36 ช่องนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการเสียค่าเช่าช่องทรานสปอนเดอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้น เมื่อมาถึงวันนี้ภาครัฐมีโครงการจัดสรรคูปองทีวีดิจิทัล แต่กลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมกลับไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้  ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจึงต้องการให้ทั้ง คตร.และ กสทช. พิจารณาทบทวนใหม่อีกครั้ง เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม”

    นอกจากนี้ นายนิรันดร์ ได้กล่าวเสริมถึงประเด็น Must Carry เพิ่มเติมว่า “นับแต่การใช้กฎ Must Carry กับทีวีดิจิทัล 36 ช่องผ่านทีวีดาวเทียมนับแต่เดือนเมษายน 2557 ตามเจตนารมณ์ของ กสทช.ทุกประการ และปัญหาจากการดำเนินการนี้ก็ส่งผลต่อการให้บริการของบริษัท อาทิ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่จะต้องตอบคำถามลูกค้าในกรณีที่ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ เนื่องจากทีวีดิจิตอลนั้นข้ารหัสที่เรียกว่า “บิสคีย์” (Biss Key) ทั้งหมด ทำให้กล่อง Set-Top-Box เดิมก่อนปี 2554 ไม่สามารถรองรับได้และต้องมีการอัพเกรดและปรับปรุงซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกัน ก็มีข้อสังเกตอีก 2 ประการ คือ 1) กสทช.ได้ทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ แต่มิได้ดำเนินการตามผลของประชาพิจารณ์ เนื่องจากมีเป้าหมายของหน่วยงานอยู่แล้ว 2) การเสียค่าธรรมเนียมของกล่อง Set-Top-Box ของกลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม นั้นก็มีการส่งให้ กสทช. ตรวจสอบเช่นเดียวกันกับของทีวีดิจิทัล แต่ Set-Top-Box ของกลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นรุ่น S1, S2 กลับต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท/กล่อง ในขณะที่กล่อง Set-Top-Box  ของทีวีดิจิทัลรุ่น T2 กลับเสียค่าธรรมเนียมเพียง 5 บาท/กล่องกลับได้รับการติดสติ๊กเกอร์ “น้องดูดี” รับรองว่าดูทีวีดิจิทัลได้ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางด้านการตลาดอื่นๆ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมต่อกล่องแพงกว่ากลับไม่ได้สติ๊กเกอร์และการสนับสนุนใดๆ เลย

    ที่สำคัญ จากการประชุมของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) หลายครั้งและได้มีมติให้มีการจัดสรรคูปองให้กับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯ ก็เห็นชอบกับมติดังกล่าว อีกทั้งได้มีการเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันนี้ จนเป็นที่รับทราบกันเป็นที่สาธารณะในทุกภาคส่วนตรงกัน หากจะมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตการจัดสรร ตลอดจนเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการจัดสรรเพื่อตอบสนองประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจึงย่อมไม่ใช่เรื่องชอบธรรมด้วยประการทั้งปวง ที่สำคัญ เงินกองทุนที่นำมาจัดตั้งเพื่อเป็นงบประมาณสำหรับการจัดสรรคูปองฯ ดังกล่าวมิใช่เงินของกลุ่มธุรกิจฟรีทีวีเท่านั้น หากแต่เป็นรายได้ของประเทศที่สมควรกระจายสู่กลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ”

    สำหรับประเด็นของ “บิสคีย์” นายณัฐ ได้กล่าวเสริมว่า “ทีวีดิจิทัลไม่จำเป็นต้องใส่ “บิสคีย์” ซึ่งทำให้เป็นการเข้ารหัสซ้ำซ้อน เพราะลำพังแค่การเข้ารหัสด้วยการทำ “โอทีเอ” (OTA : Over-The-Air)  ซึ่งเป็นการถ่ายข้อมูลจากดาวเทียมลงสู่เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมโดยตรงก็เพียงพอแล้ว และการเข้ารหัสบัสคีย์จนทำให้ประชาชนที่มีกล่องรุ่นเดิมไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง”

    ส่วนตัวเลขของคูปองการจัดสรรกล่อง Set-Top-Box นั้น นายณัฐ ให้ทัศนะที่น่าสนใจเพิ่มเติมด้วยว่า “ไม่ว่าตัวเลขของตูปองจะเป็น 690 หรือ 1,000 บาทก็ตาม ตนเองอยากให้มองอย่างไม่หลงประเด็นว่า เม็ดเงินดังกล่าวคือ “ส่วนลด” ที่ กสทช. มอบให้กับประชาชนเพื่อใช้ซื้อกล่อง Set-Top-Box เพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีทางให้เลือกเสพมากขึ้นนอกเหนือจากฟรีทีวีที่มีเพียงไม่กี่ช่องมาเป็นจำนวนหลายสิบช่องจากการเปิดตัวของทีวีดิจิทัล  ดังนั้น จึงต้องการให้ กสทช. ทบทวนถึงการให้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถที่จะเลือกซื้อกล่อง Set-Top-Box ที่รองรับระบบ HD ได้ด้วย  เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอนาคตระบบการออกอากาศของโทรทัศน์ไทยก็จะเป็นดิจิทัลทั้งหมด และด้วยเม็ดเงินดังกล่าวนั้นก็ไม่สามารถซื้อกล่อง Set-Top-Box ได้ทั้งหมด หากแต่เป็นส่วนลดที่จะทำให้ประชาชนใช้วิจารณญาณของตนเองตัดสินใจได้ตามกำลังซื้อว่า จะสามารถซื้อกล่อง Set-Top-Box ประเภทใดระหว่าง SD หรือ HD ด้วยตนเอง และหากในอนาคตจะซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอลและอยู่ในเขตภูมิภาคก็จะสามารถใช้กล่อง Set-Top-Box ที่รองรับระบบ HD ได้

    “อย่างไรก็ตาม เราเคารพความคิดเห็นของ 14 กลุ่มฟรีทีวี เพียงแต่อยากเสนอให้ทั้ง คตร. และ กสทช. ได้มีการทบทวนโดยมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งและปรับความเข้าใจที่ถูกต้องที่มีต่อ “ที่มา” ที่แท้จริงเงินกองทุนเพื่อการจัดสรรคูปองดังกล่าวว่า เงินกองทุนฯ นี้ไม่ได้เป็นของกลุ่มฟรีทีวีแต่เพียงกลุ่มเดียว เนื่องจากการประมูลขายทีวีดิจิตอลนั้นเป็นการประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติ ดังนั้น รายได้ที่ได้จากการประมูลจึงถือเป็นรายได้ของประเทศ หรือ “เงินแผ่นดิน” การใช้เงินแผ่นดินเพื่อการใดก็ตามจึงควรที่จะคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก”

    ขณะที่ นายเชิดศักดิ์ ยังให้ทัศนะก่อนปิดท้ายอีกด้วยว่า “มีข้อเท็จจริงอีกประการที่ผมคิดว่า ฟรีทีวีอาจมองข้ามประเด็นนี้ไป นั่นคือยุทธศาสตร์การเพิ่มสายตาผู้ชม หรือที่เรียกว่า Eyeball จะเกิดขึ้นได้อย่างมากมายมหาศาลทันที หากสามารถวางกล่อง Set-Top-Box ได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งเมื่อเกิด Eyeball เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาย่อมหมายถึงเม็ดเงินของรายได้ที่จะมาจากโฆษณาทีวีประมาณ 70,000 – 80, 000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากฟรีทีวีสามารถโฆษณาได้ 12 นาที / ชั่วโมง ในขณะที่เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมสามารถโฆษณาได้เพียง 6 นาที / ชั่วโมงเท่านั้น”

Back to top