You are here: Home - News

News

 
  • กรุงเทพฯ – 11 กันยายน 2557 – บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสมาร์ททีวีและทีวีสามมิติ เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ ผลจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิตอลทีวีและมหกรรมฟุตบอลโลกที่หนุนยอดขายให้เติบโตตามเป้า พร้อมเปิดเผยกลยุทธ์การตลาดของกลุ่มธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ในไตรมาสสี่ จับมือบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) (CTH) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดสมาร์ททีวีแคมเปญพิเศษตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค หวังขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต โดยคาดว่าตลาดจะสามารถเติบโตราว 5 เปอร์เซ็นต์ และแอลจีเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2557

    คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปีพ.ศ. 2557 เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการทีวีรุ่นใหม่ที่มาพร้อมจูนเนอร์ที่รับสัญญาณดิจิตอลได้ อีกทั้งปัจจัยมหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกก็ส่งผลให้เกิดความต้องการในการซื้อทีวีจอใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

    สำหรับครึ่งปีหลัง แอลจียังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เราเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของตลาดสมาร์ททีวี เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยนิยมเชื่อมต่อโลกออนไลน์จากทุกช่องทางและสมาร์ททีวีก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่มอบอรรถรสในการรับชมที่เต็มตาเต็มอารมณ์กว่าและรับชมได้ทีละหลายๆ คนซึ่งแตกต่างจากการใช้งานสมาร์ทโฟน ทั้งนี้แอลจีพร้อมลุยตลาดทีวีด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ webOS ที่มุ่งสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานสมาร์ททีวีให้ง่ายและปราศจากความยุ่งยากของขั้นตอนต่างๆ ปัจจุบัน แอลจีประเทศไทยได้จำหน่ายสมาร์ททีวีที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ webOS จำนวนกว่า 60,000 เครื่อง และมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคชาวไทยจะเกิดความต้องการสมาร์ททีวีที่ใช้งานง่ายมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการรับชมทีวีของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คือ ผู้บริโภคเป็นผู้เลือกช่องทางการรับชมและเลือกชมคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการเท่านั้น ดังนั้น แอลจีจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดีมีคุณภาพเพื่อเติมเต็มความสุขของผู้บริโภค”

    นอกเหนือจากคุณสมบัติของสมาร์ททีวีที่ใช้งานง่ายสะดวกสบาย แอลจีร่วมกับบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  หรือซีทีเอช ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม  อาทิ  ระบบดาวเทียม  ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต เคเบิลทีวี และระบบ IPTV เพื่อความบันเทิงที่ถูกลิขสิทธิ์และมีคุณภาพสูง จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าแอลจีที่ซื้อสมาร์ททีวีรุ่นที่ร่วมรายการ ได้รับสิทธิ์ชมฟุตบอลบาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีก สด ครบทุกแมตช์จากซีทีเอช ฟรีถึง 60 วันพร้อมพรีเมียมแพคเกจ เพื่อรับชมสาระบันเทิงอื่นๆ อย่างเต็มอรรถรส

    “เนื่องจากแอลจีเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีว่ามีความชื่นชอบและติดตามฟุตบอลบาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีกอย่างเหนียวแน่น เพราะเป็นเกมการแข่งขันที่สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ แอลจีจึงได้ร่วมมือกับซีทีเอชมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าแอลจีสมาร์ททีวีได้รับชมเกมการแข่งขันสด ครบทุกแมตซ์ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะแอลจีได้ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของซีทีเอชไว้บนแพลตฟอร์มของสมาร์ททีวี ช่วยแก้ปัญหาลูกค้าที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งจานรับสัญญาณ เช่น ลูกค้าที่อาศัยในคอนโดมิเนียม” คุณนิพนธ์กล่าวเพิ่มเติม

    นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกครบครันอย่างรอบด้าน แอลจีจับมือธนาคารกรุงเทพมอบสิทธิพิเศษทางการเงินที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าแอลจี โดยจัดแคมเปญสมาร์ททีวีรับสิทธิ์ถึง 3 ต่อ เมื่อซื้อสมาร์ททีวีรุ่นที่ร่วมรายการของแอลจีและแบ่งชำระด้วยบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ จะได้รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 20% อีกทั้งยังได้รับชมแพคเกจพรีเมียมฟรีจากซีทีเอชเพิ่มจาก 60 วันเป็น 90 วัน

    “แอลจีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างซีทีเอชและธนาคารกรุงเทพ จัดแคมเปญพิเศษเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้บริโภค ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันของทีวีแอลจี คอนเทนต์โดนใจผู้บริโภคจากซีทีเอช และข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษจากธนาคารกรุงเทพ แอลจีมั่นใจว่าเราจะเติบโตตามเป้าหมายด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2557 นี้” คุณนิพนธ์ กล่าวเสริม

    ปัจจุบัน แอลจีวางจำหน่าย สมาร์ททีวีทั้งหมด 17 ซีรีย์ 43 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32 นิ้วถึง 84 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท ถึง 599,990 บาท  สำหรับปีนี้แอลจีวางแผนจะเพิ่มจำนวนสมาร์ททีวี ให้มากถึง 19 ซีรีย์  45 รุ่น มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 32 นิ้วถึง 84 นิ้วภายในสิ้นปีพ.ศ. 2557 เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้ครบทุกเซกเม้นท์

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือ www.lg.com/th

    *แอลจีสมาร์ททีวีที่ร่วมรายการทั้งหมด 19 ซีรีส์ ได้แก่ EC980T (77 นิ้ว) EC970T (65 นิ้ว) EC930T (55 นิ้ว) EA970T (55 นิ้ว) EA880T (55 นิ้ว) UB980T (84- 79- และ 65 นิ้ว) UC970T (65 และ 55 นิ้ว) UB950T (65 และ 55 นิ้ว) UB930T (65 นิ้ว) UB850T (55 และ 49 นิ้ว) UB830T (55 และ 49 นิ้ว) UB820T (55- 49- และ 42 นิ้ว) UB800T (40 นิ้ว) LB750T (65 และ 55 นิ้ว) LB670T (55- 47- และ 42 นิ้ว) LB656T (70 นิ้ว) LB650T (60- 50- 42- และ 32 นิ้ว) LB582T (60- 55- 50- 42- และ 32 นิ้ว) และ LB582D (32 นิ้ว)

    ภาพกิจกรรม

    # # #

  • บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company)  ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม อาทิ ระบบดาวเทียม  ระบบไอพีทีวี ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจมา 5 ปีเต็ม   เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารฯพร้อมทั้งพนักงานร่วมทำบุญเลี้ยงพระประจำปี เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีคุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยคณะกรรมการบริษัท อาทิ คุณวัชร วัชรพล, คุณเพชรัตน์ ทองแตง, คุณวิอร ทองแตง  และคณะผู้บริหารนำโดย คุณเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์, ดร.เพียงเพ็ญ  ทุมมานนท์, คุณอัครเดช ศุภมหิธร, คุณพุฒิพงษ์  ธรรมวิชัย, คุณวศิน บูรณะเหตุ, คุณณัฐวัชร์ วรนพกุล, คุณชนวัฒน์  วาจานนท์คุณรัชดา  ทองใหญ่ ณ อยุธยา พร้อมพนักงานในบริษัทฯ เข้าร่วมงานบุญกันอย่างคับคั่ง

    ฤกษ์ดีเวลา 09:00 น. คุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงพนักงานทุกท่าน ร่วมจุดธูปเทียน และพวงมาลัย สักการะพระพรหม ซึ่งเป็นศาลประจำบริษัท และไหว้ศาลตา-ยาย จากนั้นคณะผู้บริหารย้ายเข้าสู่ปรัมพิธี โดยคุณวิชัย ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ 9 รูป อาราธนาเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นคณะผู้บริหารถวายภัตตาหาร และถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม  พระสงฆ์กล่าวอนุโมทนาให้ศีลให้พร และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน  ปิดท้ายด้วยคุณเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มอบวัตถุมงคลเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เรียกได้ว่างานนนี้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

    ภาพกิจกรรม

     

  • บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) – ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  พันธมิตรทางการค้ารายล่าสุด โดยในความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ฐานลูกค้าของซีทีเอชขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องด้วยปัจจุบันเอสไอเอสมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ IT Retail มากกว่า 2000 ราย ทำให้ฐานลูกค้าทั้งหมดกว่า 2000 รายนี้สามารถซื้อสินค้าและบริการของซีทีเอชผ่านช่องทางเอสไอเอส เพื่อไปจัดจำหน่ายได้ทันที และในระยะต่อไปนอกจากจะจัดจำหน่ายกับฐานลูกค้าเดิมของเอสไอเอสแล้ว บริษัทฯจะมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของซีทีเอชเพิ่มเติมได้อีกด้วย

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันซีทีเอชฯ คือ Media & Entertainment Company ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชม ผ่านหลากหลายช่องทาง อาทิ ระบบดาวเทียม  ระบบไอพีทีวี ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ภายใต้คอนเซ็ปท์  We Share CTH Everywhere และเพื่อเป็นการขยายฐานผู้ชมเพิ่มมากขึ้นตามเป้าที่วางไว้ในทุกช่องทางการรับชม 10 ล้านสมาชิก ภายในสิ้นปี 2557 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายช่องทางการรับชมคอนเท้นต์พรีเมี่ยมของซีทีเอช วันนี้ซีทีเอชร่วมมือกับ เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจ IT Distribution ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ, มีประสิทธิภาพในการจัดจำหน่ายสินค้า ประกอบกับซีทีเอชมีสินค้าที่ดี ที่มีความน่าสนใจ และอยู่ในตลาดที่มีการเจริญเติบโตสูง เราจึงจึงใช้จุดแข็งที่มีอยู่ของทั้งสองบริษัทมาผนวกเข้าด้วยกัน เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ในด้านธุรกิจที่จะขยายตัวมากขึ้น”

    ทางด้านบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  มองเห็นโอกาสในความร่วมมือครั้งนี้ที่จะช่วยให้ช่องทางที่มีอยู่แล้วของเอสไอเอสมีสินค้าให้จำหน่ายมากขึ้น และซีทีเอชจะมีช่องทางที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

    นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว “จากธุรกิจหลักของเอสไอเอสที่เป็น IT Distribution หนึ่งในหน้าที่หลักของบริษัทฯ คือ การหาสินค้า/บริการ ที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดและอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัว มาป้อนให้กับช่องทางที่บริษัทฯมีอยู่แล้ว ซึ่งจะให้ประโยชน์ทั้งสองด้าน คือ ในด้านที่ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของบริษัทฯ สามารถขยายธุรกิจเพิ่มเติมไปยังส่วนอื่นที่กำลังเติบโตได้ และถือเป็นการขยายธุรกิจของเอสไอเอสเช่นกัน ซึ่งนอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมให้กับฐานลูกค้าเดิมแล้ว การมีสินค้าประเภทใหม่เพิ่มขึ้น จะทำให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้นเช่นกัน ในแง่ซีทีเอชผมเชื่อว่าการมีคู่ค้าที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายมาร่วมงานด้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวม เพราะช่วยให้สินค้า/บริการ เข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วและครอบคลุมขึ้นในต้นทุนที่ลดลง และเอสไอเอสได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำงานด้าน Distribution หลักให้กับซีทีเอช  เพราะเอสไอเอสมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว  สามารถจัดจำหน่ายสินค้าทั้งหมดของซีทีเอชไปยังกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันจากฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกของเอสไอเอส กว่า 2000 รายทั่วประเทศ จะเข้ามาช่วยขยายฐานการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เชื่อว่าจะทำให้ซีทีเอชบรรลุเป้าหมายการเพิ่มฐานลูกค้าให้ได้เร็วยิ่งขึ้น”

    ในส่วนของการดำเนินงานร่วมกัน นายเชิดศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “ในช่วงแรกจะเป็นการเลือกสินค้า/บริการบางรายการของซีทีเอช แล้วนำมาเสนอให้กับช่องทางเดิมของเอสไอเอสไปก่อน เพราะจะดำเนินการได้รวดเร็วและระยะต่อไป บริษัทฯจะมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ  เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในช่องทางจัดจำหน่ายของเอสไอเอสมายิ่งขึ้น

    ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณในความกรุณาที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สาธารณชนทราบด้วยดีเสมอมา

    ************************************************************************************************

  • แพลน บี ผู้นำในการให้บริการสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ที่มีความหลากหลายพร้อมด้วยนวัตกรรมสื่อมากที่สุดในประเทศ จับมือกับ ซีทีเอช ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอล บาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ ในการรับชมไฮไลท์การแข่งขัน ตารางและผลการแข่งขันฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ผ่านจอดิจิตอลบิลบอร์ดบริเวณสี่แยก 100 จอ ทั่วกรุงเทพฯ

    จากการที่ไลฟ์สไตล์ของคนไทยปัจจุบันใช้เวลานอกบ้านมากกว่า 10 ชั่วโมง และอยู่บนท้องถนนเฉลี่ยที่ 2 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มที่ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยมีความใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แพลน บีเล็งเห็นโอกาสในการสร้างช่องทางเพื่อสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องใช้ชีวิตในการเดินทางบนสภาพการจราจรที่ติดขัด จึงได้สร้างเครือข่ายของจอ ดิจิตอลบิลบอร์ด ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมดำเนินการให้สื่อจอดิจิตอลบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ ของบริษัทฯ มีเนื้อหารายการที่เป็นประโยชน์ และมีความหลากหลาย ซึ่งประเดิมโดยการนำเสนอคอนเท้นต์ฟุตบอล  บาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลิขสิทธิ์จากซีทีเอช

    นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท แพลน บี ยึดมั่นในพันธกิจที่จะสร้างช่องทางสื่อสารที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย    ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันประกอบไปด้วยสื่อ Out of Home ประเภท Transit (Bus Wrap, MRT), ป้ายนิ่งประเภท Roadside และ Street Furniture, สื่อ Digital Out of Home, และ Mall Media  โดยในทิศทางปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการขยายสื่อประเภท Digital Out of Home      ให้ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ เป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 100 จอ และสามารถเข้าถึงผู้คนกว่า 10 ล้านคน โดยมีจุดแข็งที่สามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้โฆษณาที่ต้องการสร้างจุดสนใจด้วยการนำเสนอหนังโฆษณา หรือ Flash animation และมุ่งเน้นไปที่การกระจายตัวของจุดติดตั้งที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณสี่แยก ในเขตสำคัญๆ แหล่งที่มี traffic สูงเพื่อเพิ่มความถี่ในการรับชมและการเข้าถึงผู้บริโภคระหว่างเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

    ดร.พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยสภาวะปัจจุบันที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีการใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้นเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง ต่อวัน และใช้เวลาในการเดินทางเฉลี่ยที่ 2 ชั่วโมง โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ด้วยปัจจัยภาวะเศรษฐกิจและการพัฒนาเข้าสู่สังคมเมือง ทางบริษัทฯ จึงเล็งเห็นว่าสื่อ Digital Out of Home ของบริษัทฯ ควรมีเนื้อหา สาระ และความบันเทิง สำหรับผู้ชมที่พบเห็นสื่อระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกในการบริโภคสื่อที่มีความหลากหลาย”

    “ทางบริษัทฯ มองว่าการได้จับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่าง ซีทีเอช ที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร ด้วยการนำเสนอ content ฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่มีความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย จะสามารถตอบโจทย์ทำให้สื่อ Digital Out of Home  ของบริษัทฯ ในการสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้รับชมเป็นอย่างดี”

    “นอกเหนือจากนี้ บริษัท แพลน บีฯ ยังได้จับมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมูลนิธิกระจกเงา ในการที่จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับ คนหาย และ รถหาย รวมทั้งพันธมิตรอื่นๆ ที่เป็นองค์กรเพื่อสังคมเช่น สภากาชาดไทย ในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อของบริษัทฯ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์อีกด้วย

    แพลน บี และ ซีทีเอช ซึ่งต่างตระหนักถึงการนำสาระเรื่องราวที่มีประโยชน์นำเสนอสู่ประชาชน จึงใช้ศักยภาพของจอดิจิตอลบิลบอร์ด 100 จอ ที่มีเครือข่ายทั่วกรุงเทพฯ ในการนำเสนอไฮไลท์การแข่งขัน ตาราง และผลการแข่งขันฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลิขสิทธิ์จากซีทีเอช  ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะมีการทำกิจกรรมร่วมกันซึ่งอาจรวมถึงการถ่ายทอดสดการแข่งขันคู่สำคัญผ่านจอ LED ทั่วกรุงเทพฯ

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ซีทีเอช คือ ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร (Media & Entertainment Company) ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทางการรับชมโดยการตั้งราคาที่เหมาะสม อาทิ ระบบดาวเทียม ระบบ IPTV ระบบมือถือ ระบบอินเทอร์เน็ต และเคเบิลทีวี และเพื่อเป็นการขยายฐานผู้ชมเพิ่มมากขึ้นตามเป้าที่วางไว้ในทุกช่องทางการรับชม 10 ล้านสมาชิก ภายในสิ้นปี 2557 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายช่องทางการรับชมคอนเท้นต์พรีเมี่ยมของซีทีเอช เพื่อสนองต่อนโยบายหลักขององค์กร คือ We Share CTH Everywhere วันนี้บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากสื่อ Out of Home ที่แข็งแกร่งอย่าง แพลน บี    ในการนำคอนเท้นต์ฟุตบอลบาร์เคลย์ส พรีเมียร์ลีก ลงจอดิจิตอลบิลบอร์ด 100 จอ ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ ไฮไลท์ของการแข่งขันประจำสัปดาห์ รวมถึงการอัพเดทตารางคะแนน และตารางการแข่งขันในสัปดาห์ต่อไป”

    “ผมเชื่อว่าในความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้เรื่องราวของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ที่ซีทีเอชได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดมานั้น จะไปสู่สายตาของแฟนบอลตัวจริงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังเชื่อว่าผู้ที่อาจจะไม่ใช่คอบอล แต่เมื่อได้ชมภาพของไฮไลท์ฟุตบอลมันส์ๆ ผ่านจอสวยๆ ที่มีความคมชัดสูง สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลและไม่ทำลายสายตา ทุกคนจะสนุกตามไปด้วยอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเร่งพัฒนาช่องรายการและเนื้อหาที่มีสาระบันเทิงให้ครบครัน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้คุณภาพด้านภาพและเสียงที่ดียิ่งขึ้น เทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก เพื่อให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับความพึงพอใจสูงสุดอีกด้วยครับ

    การผนึกกำลังกันระหว่างบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่เหมือนกันของทั้งสองบริษัท ในการเป็นองค์กรที่พัฒนาช่องทางในการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ  พร้อมด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงเช่นทุกวันนี้

    ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณในความกรุณาที่เผยแพร่ข่าวสารแก่สาธารณชนทราบด้วยดีเสมอมา

    ************************************************************************************************

  • ลงนามเซ็นสัญญา

    พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ร่วมจับมือใน พิธีลงนามในสัญญาเผยแพร่ “พรีเมียร์ลีก” ฤดูกาล 2014-2015 โดยมี ชาคริต พิชญางกูร จิรศักดิ์, วัฒนาพุทธากร, ณัฐวัชร์ วรนพกุล, และ ชนวัฒน์ วาจานนท์ ร่วมงานด้วย ณ บมจ.อาร์เอส วันก่อน

    บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

    ชนวัฒน์ วาจานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผังรายการและผลิตรายการ บมจ. ซีทีเอช / ณัฐวัชร์ วรนพกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. ซีทีเอช / เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีทีเอช / พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ  บมจ.อาร์เอส / ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดลา ลีกา บมจ.อาร์เอส และ จิรศักดิ์ วัฒนาพุทธากร ผู้อำนวยการสายงานจัดจำหน่ายธุรกิจเพลง บมจ.อาร์เอส

    ************************************************************************************************

  • เมื่อเร็วๆนี้ – CTH โดยคุณวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริหาร และ dtac โดยคุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจรแล้ววันนี้  ดูได้ทั้งบนทีวีและมือถือ พร้อมเน็ตฟรี โทรฟรี ภายใต้คอนเซปต์ “ครบทุกความบันเทิงในมือคุณ!” เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สุดคุ้ม dtac CTH” ที่สามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ของซีทีเอชได้แล้ววันนี้ ทั้งบนทีวี สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรับสิทธิพิเศษที่มอบให้เป็นจำนวนมาก อาทิ สิทธิ์โทรฟรีทุกเครือข่าย หรือ สิทธิ์การใช้งานฟรี อินเทอร์เน็ต, dtac wifi และ SMS นำความบันเทิงมาให้ลูกค้าแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่าสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดตัวอย่างสุดมันส์ในธีมปาร์ตี้ “Blue Party” ที่สนุกสุดเหวี่ยง ภายในงานกองทัพนักแสดง ศิลปิน ทั่วฟ้าเมืองไทยต่างขานรับ ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ มินท์ ณัฐวรา, เบนซ์ ปุณยาพร, ฝ้าย ณิชานันท์,อาตุ่ย, ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา, ตูมตาม เดอะสตาร์7, โอบและอัดทีมนักแสดงจากฮอร์โมน , ปันปัน เต็มฟ้า, แหนม รณเดช, ไนกี้, โจนัส-คริสตี้ ฯลฯ ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตจากเจ้าพ่อแร๊พเปอร์เมืองไทย “เจ-เจตริน” พร้อมกันนี้ดีแทคและซีทีเอชใจดีแจกลักกี้ดอร์ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-อ่องกง จำนวน 2 ที่นั่งอีกด้วย

    สามารถสมัครแพ็กเกจ “dtac CTH” ได้แล้ววันนี้ ที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น dtac Watchever สามารถดาวน์โหลด ผ่าน  App Store และ Google play ได้แล้ววันนี้ หรือ กด *197*5#โทรออก เพื่อรับ link download รายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.dtac.co.th

    ภาพกิจกรรมภายในงาน BLUE PARTY

    …………………………………………………………………………..

  • ซีทีเอช – พีเอสไอ – อินโฟแซท – เอบีทีวี  4 ธุรกิจแพลตฟอร์มของประเทศไทยวอนขอความเป็นธรรม พร้อมแจง 4 ข้อเท็จจริงที่ซีทีเอชต้องแบกรับต่อ คสช. และ กสทช. เพื่อให้ทบทวนกรณีการแจกคูปองกล่องทีวีดิจิทัลอย่างเป็นธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง และทบทวนการแจกกล่องรับสัญญาณระบบความคมชัดมาตรฐาน (SD) เป็นระบบความคมชัดสูง (HD) เพื่อรองรับการรับชมทีวีดิจิทัล

    สืบเนื่องจากการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าไปตรวจสอบ 4 โครงการใหญ่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และได้มีคำสั่งให้ชะลอโครงการทั้งสี่ดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นคือโครงการจัดสรรคูปองให้กับประชาชนเพื่อรับชมทีวีดิจิทัลมูลค่า 1,000 บาท/ ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และก่อนที่ คสช. จะมีคำสั่งตรวจสอบดังกล่าว ได้มี 14 ผู้ประกอบการฟรีทีวีได้ยื่นข้อคัดค้านการแจกคูปองผ่านทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ต่อ กสทช. เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอ้างว่า เงินกองทุนที่นำมาตั้งเพื่อจัดสรรคูปองดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการประมูลใบอนุญาตฟรีทีวี 24 ช่อง

    ทั้งนี้ นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วย นายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด, นาย นิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท จำกัด และ นายณัฐ รองสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย บรอดคาสติ้ง เทเลวิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เปย์ทีวี) ทั้งระบบเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม รวมทั้งถือใบอนุญาตโครงข่ายจาก กสทช. ได้ร่วมกันชี้แจงถึง ข้อเท็จจริง ซึ่งโต้แย้งกับข้อคัดค้านของกลุ่ม 14 ฟรีทีวีดังกล่าวถึง คสช. ผ่าน พล.ท. อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และ กสทช.

    นายเชิดศักดิ์ กล่าวถึงข้อเท็จจิรงเพื่อโต้แย้งข้อคัดค้านกลุ่ม 14 ฟรีทีวีว่า  “การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมนั้นล้วนถือกำเนิดก่อนการก่อตั้ง กสทช.ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหมดล้วนต้องฝ่าฟันบนเส้นทางธุรกิจด้วยตนเอง โดยปราศจากการสนับสนุนใดๆ จากภาครัฐ แต่เมื่อเกิดโครงการแห่งชาติที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากระบบการออกอากาศจากระบบอนาล็อกมาเป็นระบบดิจิทัลเช่นเดียวกับนานาชาติในภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมทั้งต้องลงทุนพัฒนาโครงการด้วยเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาล เพื่อสนองนโยบายแห่งรัฐ ดังนั้น การจำกัดตัดสิทธิ์จึงถือเป็นกรณีที่ไม่เท่าเทียมและไม่เป็นธรรม

    ในการพัฒนาตนเองเพื่อรองรับระบบการออกอากาศบนระบบดิจิทัลให้ลุล่วงตามเจตนารมณ์ของ กสทช.นั้นมีองค์ประกอบสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีศักยภาพและรวดเร็ว โดยเกิดปัญหาน้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว แต่กลับไม่เคยให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย อีกทั้งไม่ให้เครื่องมือสำคัญเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี สาเหตุดังกล่าวจึงกลายเป็นการทำร้ายผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มโดยตรง เนื่องจากต้นทุนที่สำคัญของเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม คือ ระบบโครงข่ายและกล่องรับสัญญาณ (กล่อง Set-Top-Box) หากต้องการเร่งวางกล่องรับสัญญาณแบบดิจิทัล ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายก่อนจึงจะสามารถวางกล่องดิจิทัลได้ แม้ในวันนี้ผู้ประกอบการหลายรายได้พัฒนาตนเองเพื่อรองรับระบบดิจิทัลแล้ว แต่ต้องลงทุนเรื่องกล่อง Set-Top-Box ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอีก ในขณะที่ฟรีทีวีที่เข้ามาดำเนินธุรกิจภายหลังกลับได้สิทธิพิเศษตามที่ตนเองต้องการย่อมไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของ กสทช.”

    ขณะที่ นายวรสิทธิ์ กล่าวถึงข้อเท็จจิรงที่หลายคนอาจมองข้ามว่า “ที่ผ่านมาธุรกิจดาวเทียมได้สร้างฐานมาด้วยตนเอง เห็นจากการเข้าถึงในทุกพื้นที่อย่างครอบคลุมอย่าง มีประสิทธิภาพ ตลอดจนพื้นที่ที่ยากแก่เข้าถึง อาทิ พื้นที่ในที่ห่างไกล และภูมิประเทศอย่างภูเขา เกาะต่างๆ  ขณะที่การให้บริการในยุคดิจิทัลระยะเริ่มแรกนั้น การแพร่ภาพเสียงและภาพได้ใช้จานรับสัญญาณดาวเทียมในการส่งต่อสัญญาณให้ได้รับชมในแพลตฟอร์มดาวเทียมอย่างมีศักยภาพเช่นเดียวกัน แต่กลับเผชิญ อุปสรรคที่ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมปฏิเสธไม่ได้จาก หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป  หรือ กฎ Must Carry ของภาครัฐเอง ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างหลักประกันว่า ผู้ชมจะต้องเข้าถึงและได้รับชมฟรีทีวีได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมผ่านช่องทาง (Platform) ของผู้ให้บริการโครงข่าย (ทั้งภาคพื้นดินและดาวเทียม) ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวีหรือทีวีดาวเทียม) โดยกฎ Must Carry ดังกล่าวมีนัยยะที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า นับจากนี้ ผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มจะต้องถูกบังคับให้แพร่ภาพฟรีทีวี (24 ช่อง)  และทีวีสาธารณะ (12 ช่อง) รวมทั้งหมด 36 ช่องบนระบบดิจิทัล ขณะที่ทีวีที่แพร่ภาพบนระบบอนาล็อกนั้นมีช่องรายการไม่เกิน  5 – 60 ช่อง ซึ่งการแพร่ภาพบนระบบดิจิทัล 36 ช่องนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการเสียค่าเช่าช่องทรานสปอนเดอร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้น เมื่อมาถึงวันนี้ภาครัฐมีโครงการจัดสรรคูปองทีวีดิจิทัล แต่กลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมกลับไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้  ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจึงต้องการให้ทั้ง คตร.และ กสทช. พิจารณาทบทวนใหม่อีกครั้ง เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม”

    นอกจากนี้ นายนิรันดร์ ได้กล่าวเสริมถึงประเด็น Must Carry เพิ่มเติมว่า “นับแต่การใช้กฎ Must Carry กับทีวีดิจิทัล 36 ช่องผ่านทีวีดาวเทียมนับแต่เดือนเมษายน 2557 ตามเจตนารมณ์ของ กสทช.ทุกประการ และปัญหาจากการดำเนินการนี้ก็ส่งผลต่อการให้บริการของบริษัท อาทิ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่จะต้องตอบคำถามลูกค้าในกรณีที่ไม่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ เนื่องจากทีวีดิจิตอลนั้นข้ารหัสที่เรียกว่า “บิสคีย์” (Biss Key) ทั้งหมด ทำให้กล่อง Set-Top-Box เดิมก่อนปี 2554 ไม่สามารถรองรับได้และต้องมีการอัพเกรดและปรับปรุงซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกัน ก็มีข้อสังเกตอีก 2 ประการ คือ 1) กสทช.ได้ทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ แต่มิได้ดำเนินการตามผลของประชาพิจารณ์ เนื่องจากมีเป้าหมายของหน่วยงานอยู่แล้ว 2) การเสียค่าธรรมเนียมของกล่อง Set-Top-Box ของกลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม นั้นก็มีการส่งให้ กสทช. ตรวจสอบเช่นเดียวกันกับของทีวีดิจิทัล แต่ Set-Top-Box ของกลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นรุ่น S1, S2 กลับต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท/กล่อง ในขณะที่กล่อง Set-Top-Box  ของทีวีดิจิทัลรุ่น T2 กลับเสียค่าธรรมเนียมเพียง 5 บาท/กล่องกลับได้รับการติดสติ๊กเกอร์ “น้องดูดี” รับรองว่าดูทีวีดิจิทัลได้ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางด้านการตลาดอื่นๆ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมต่อกล่องแพงกว่ากลับไม่ได้สติ๊กเกอร์และการสนับสนุนใดๆ เลย

    ที่สำคัญ จากการประชุมของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) หลายครั้งและได้มีมติให้มีการจัดสรรคูปองให้กับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯ ก็เห็นชอบกับมติดังกล่าว อีกทั้งได้มีการเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันนี้ จนเป็นที่รับทราบกันเป็นที่สาธารณะในทุกภาคส่วนตรงกัน หากจะมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตการจัดสรร ตลอดจนเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการจัดสรรเพื่อตอบสนองประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจึงย่อมไม่ใช่เรื่องชอบธรรมด้วยประการทั้งปวง ที่สำคัญ เงินกองทุนที่นำมาจัดตั้งเพื่อเป็นงบประมาณสำหรับการจัดสรรคูปองฯ ดังกล่าวมิใช่เงินของกลุ่มธุรกิจฟรีทีวีเท่านั้น หากแต่เป็นรายได้ของประเทศที่สมควรกระจายสู่กลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ”

    สำหรับประเด็นของ “บิสคีย์” นายณัฐ ได้กล่าวเสริมว่า “ทีวีดิจิทัลไม่จำเป็นต้องใส่ “บิสคีย์” ซึ่งทำให้เป็นการเข้ารหัสซ้ำซ้อน เพราะลำพังแค่การเข้ารหัสด้วยการทำ “โอทีเอ” (OTA : Over-The-Air)  ซึ่งเป็นการถ่ายข้อมูลจากดาวเทียมลงสู่เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมโดยตรงก็เพียงพอแล้ว และการเข้ารหัสบัสคีย์จนทำให้ประชาชนที่มีกล่องรุ่นเดิมไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง”

    ส่วนตัวเลขของคูปองการจัดสรรกล่อง Set-Top-Box นั้น นายณัฐ ให้ทัศนะที่น่าสนใจเพิ่มเติมด้วยว่า “ไม่ว่าตัวเลขของตูปองจะเป็น 690 หรือ 1,000 บาทก็ตาม ตนเองอยากให้มองอย่างไม่หลงประเด็นว่า เม็ดเงินดังกล่าวคือ “ส่วนลด” ที่ กสทช. มอบให้กับประชาชนเพื่อใช้ซื้อกล่อง Set-Top-Box เพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีทางให้เลือกเสพมากขึ้นนอกเหนือจากฟรีทีวีที่มีเพียงไม่กี่ช่องมาเป็นจำนวนหลายสิบช่องจากการเปิดตัวของทีวีดิจิทัล  ดังนั้น จึงต้องการให้ กสทช. ทบทวนถึงการให้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถที่จะเลือกซื้อกล่อง Set-Top-Box ที่รองรับระบบ HD ได้ด้วย  เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอนาคตระบบการออกอากาศของโทรทัศน์ไทยก็จะเป็นดิจิทัลทั้งหมด และด้วยเม็ดเงินดังกล่าวนั้นก็ไม่สามารถซื้อกล่อง Set-Top-Box ได้ทั้งหมด หากแต่เป็นส่วนลดที่จะทำให้ประชาชนใช้วิจารณญาณของตนเองตัดสินใจได้ตามกำลังซื้อว่า จะสามารถซื้อกล่อง Set-Top-Box ประเภทใดระหว่าง SD หรือ HD ด้วยตนเอง และหากในอนาคตจะซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิตอลและอยู่ในเขตภูมิภาคก็จะสามารถใช้กล่อง Set-Top-Box ที่รองรับระบบ HD ได้

    “อย่างไรก็ตาม เราเคารพความคิดเห็นของ 14 กลุ่มฟรีทีวี เพียงแต่อยากเสนอให้ทั้ง คตร. และ กสทช. ได้มีการทบทวนโดยมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งและปรับความเข้าใจที่ถูกต้องที่มีต่อ “ที่มา” ที่แท้จริงเงินกองทุนเพื่อการจัดสรรคูปองดังกล่าวว่า เงินกองทุนฯ นี้ไม่ได้เป็นของกลุ่มฟรีทีวีแต่เพียงกลุ่มเดียว เนื่องจากการประมูลขายทีวีดิจิตอลนั้นเป็นการประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติ ดังนั้น รายได้ที่ได้จากการประมูลจึงถือเป็นรายได้ของประเทศ หรือ “เงินแผ่นดิน” การใช้เงินแผ่นดินเพื่อการใดก็ตามจึงควรที่จะคำนึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก”

    ขณะที่ นายเชิดศักดิ์ ยังให้ทัศนะก่อนปิดท้ายอีกด้วยว่า “มีข้อเท็จจริงอีกประการที่ผมคิดว่า ฟรีทีวีอาจมองข้ามประเด็นนี้ไป นั่นคือยุทธศาสตร์การเพิ่มสายตาผู้ชม หรือที่เรียกว่า Eyeball จะเกิดขึ้นได้อย่างมากมายมหาศาลทันที หากสามารถวางกล่อง Set-Top-Box ได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งเมื่อเกิด Eyeball เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาย่อมหมายถึงเม็ดเงินของรายได้ที่จะมาจากโฆษณาทีวีประมาณ 70,000 – 80, 000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากฟรีทีวีสามารถโฆษณาได้ 12 นาที / ชั่วโมง ในขณะที่เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมสามารถโฆษณาได้เพียง 6 นาที / ชั่วโมงเท่านั้น”

  • ดีแทคผนึกซีทีเอช ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจรวันนี้  ดูได้ทั้งบนทีวีและมือถือ พร้อมเน็ตฟรี โทรฟรี ภายใต้คอนเซปต์ “ครบทุกความบันเทิงในมือคุณ!” พร้อมจับมือ ซีทีเอชผู้ให้บริการและบริหารช่องทางการสื่อสารผ่านโครงข่ายเคเบิลทีวี ที่นำเสนอหลากหลายรายการรูปแบบดิจิทัลครอบคลุมทุกความบันเทิง เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สุดคุ้ม “dtac CTH” ที่สามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ของซีทีเอชได้แล้ววันนี้ ทั้งบนทีวี สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต พร้อมรับสิทธิพิเศษที่มอบให้เป็นจำนวนมาก อาทิ สิทธิ์โทรฟรีทุกเครือข่าย หรือ สิทธิ์การใช้งานฟรี อินเทอร์เน็ต, dtac wifi และ SMS นำความบันเทิงมาให้ลูกค้าแบบครบวงจรในราคาที่คุ้มค่าสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา

    นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการร่วมมือกับพันธมิตรเบอร์ใหญ่ในตลาดอย่างซีทีเอช เพื่อจะทำให้ลูกค้าดีแทคได้รับประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบวงจร โดยสามารถรับชมช่องรายการระดับโลกที่หลากหลายผ่านทางทีวีด้วยกล่องรับสัญญาณซีทีเอช และบน สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต รวมไปถึงได้สิทธิพิเศษในการโทรฟรี และอินเทอร์เน็ตฟรีอีกด้วย ลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจได้ตามความต้องการ เริ่มต้นที่ 499 บาท ต่อเดือน ไปจนถึง 1,299 บาท ต่อเดือน และขอแนะนำแพ็กเกจเสริมที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดเพียง 999 บาท ต่อเดือน สามารถดูรายการที่น่าสนใจจากซีทีเอชได้ถึง 114 ช่องรายการ พร้อมรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ฟรี! ไม่จำกัดใช้ความเร็ว 3G สูงสุดได้ถึง 3GB  ซึ่งจะสามารถช่วยขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างมากขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟสไตล์ชอบความบันเทิงในการชมรายการชั้นนำต่างๆ อีกทั้ง         คอนเทนต์ที่ลูกค้าจะได้รับชมก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสนองตอบความต้องการของลูกค้า ซึ่งคอนเทนต์จากต่างประเทศก็จะสามารถเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดที่ลูกค้าจะได้รับ ลูกค้าสามารถสมัครบริการผ่านดีแทค โดยค่าบริการ CTH จะรวมอยู่ในค่าบริการจากดีแทคแล้ว

    อนึ่ง แอพพลิเคชั่น Watchever เปิดตัวมาได้ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้มีลูกค้ากว่า 700,000 คน โดยคิดเป็น 90% คือ สมาร์ทโฟน และ 10% คือแท็บเล็ต (70% Android, 25% iOS, 5% Windows Phone) อายุเฉลี่ยของลูกค้า คือ 18-35 ปี และช่วงอายุ 25-30 ปี จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนมากที่สุด

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากกลยุทธ์  WE SHARE CTH EVERYWHERE  การผนึกกำลังกับ พันธมิตร รายใหญ่ในแต่ละเซ็กเม้นท์ทางธุรกิจ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ครอบคลุมในทุกพื้นที่ และรับชมรายการ ซีทีเอช ได้ทุกเวลา วันนี้ซีทีเอชมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จับมือกับดีแทค ในการสร้างปรากฏการณ์การดูทีวีแบบครบวงจร ตอบโจทย์ความเป็น Multimedia & Entertainment  ลูกค้าสามารถรับชมช่องรายการชั้นนำ อาทิ ช่อง CTH WWE สุดยอดมวยปล้ำระดับโลกจาก WWE, ช่องZee Nung ภาพยนตร์ Bollywood ที่ดีที่สุดของประเทศอินเดีย, ช่อง MAX Sports สุดยอดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก ของนักชกชั้นแนวหน้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ, ช่องลูกทุ่งเงินล้าน, ช่อง Cinema รวบรวมภาพยนตร์ชั้นนำจากต่างประเทศ, ช่อง M Channel สถานีบันเทิงสำหรับคอภาพยนตร์, ช่อง National Geographic HD หลากหลายสารคดีคุณภาพจากทั่วโลก, ช่องเชิญยิ้ม แหล่งรวมเสียงหัวเราะและความบันเทิง, ช่องเก้ายอด เรื่องราวลี้ลับ ตำนาน ความเชื่อ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เป็นต้น ลูกค้าได้เต็มอิ่มกับความสนุกที่หลากหลาย ทั้งหนัง กีฬา สารคดีและการ์ตูนดังระดับโลกแน่นอนครับ” ทั้งนี้แพ็กเกจ “dtac CTH” ได้วางกลยุทธ์ด้านราคาให้กับลูกค้าเป็นพิเศษ คือ เมื่อสมัครแพ็กเกจ dtac CTH แล้ว ลูกค้าสามารถดูรายการที่น่าสนใจด้วยช่องรายการระดับโลกที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ชั้นนำ กีฬาระดับโลก และการ์ตูนยอดนิยมจากซีทีเอชผ่านทางทีวีด้วยกล่องรับสัญญาณซีทีเอช และรับชมช่องไฮไลท์ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต พร้อมรับการใช้งานโทรและอินเทอร์เน็ตฟรีจากดีแทคอีกด้วย ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิพิเศษเรื่องกล่องรับสัญญาณ ซีทีเอช 1,800 บาทและค่าบริการติดตั้ง 1,000 บาทนั้น ลูกค้าได้รับฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกแล้ว นับว่าเป็นแพ็กเกจที่พิเศษจริงๆ ครับ

    สามารถสมัครแพ็กเกจ “dtac CTH” ได้แล้ววันนี้ ที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น dtac Watchever สามารถดาวน์โหลด ผ่าน  App Store และ Google play ได้แล้ววันนี้ หรือ กด *197*5#โทรออก เพื่อรับ link download รายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.dtac.co.th

    • รายละเอียดแพ็กเกจ dtac CTH

      แพ็กเกจหลัก dtac CTH 1,299 ค่าบริการ 1,299 บาท/เดือน สมัครเดือนแรกลดค่าบริการ 50%

      • รับชม CTH ผ่านกล่องรับสัญญาณ 114 ช่อง

      (เทียบเท่า Super Premium pack 1,250 บาท)

      • รับชม CTH ช่องไฮไลท์ผ่านแอพพลิเคชั่น dtac Watchever
      • โทรฟรีทุกเครือข่าย 300 นาที
      • อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ใช้ความเร็ว 4G/3G สูงสุดได้ 3GB
      • พิเศษ! อินเทอร์เน็ต 4G ฟรี 3GB
      • dtac wifi ไม่จำกัด
      • SMS 250 ครั้ง

      แพ็กเกจเสริม dtac CTH 999 ค่าบริการ 999 บาท/เดือน

      • รับชม CTH ผ่านกล่องรับสัญญาณ 114 ช่อง (เทียบเท่า Super Premium pack 1,250 บาท)
      • รับชม CTH ข่องไฮไลท์ผ่านแอพพลิเคชั่น dtac Watchever
      • เพิ่มฟรี ! อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ใช้ความเร็ว 3G สูงสุดได้ 3GB

      แพ็กเกจเสริม dtac CTH 499 ค่าบริการ 499 บาท/เดือน

      • รับชม CTH ผ่านกล่องรับสัญญาณ 100 ช่อง (เทียบเท่า Edutainment pack 650 บาท)
      • รับชม CTH ข่องไฮไลท์ผ่านแอพพลิเคชั่น dtac Watchever
      • เพิ่มฟรี ! อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ใช้ความเร็ว 3G สูงสุดได้ 1.5GB

      ………………………………………………………………………

    …………………………………………………………………………..

  • CTH โดย วิชัย ทองแตง ประธานกรรมการบริหาร และ เชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด  ร่วมกับ (มหาชน)  วัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์  รองกรรมการผู้จัดการ สถานวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด และงานขาย เอไอเอส บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) อารักษ์  พรประภา  กรรมการบริหาร  บริษัท   เอ.พี. ออนด้า จำกัด จาตุรนต์  หิมะทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจ – การตลาดกีฬาต่างประเทศ  บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และ รุ่งโรจน์ ขันชะลี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถเพื่อการพาณิชย์   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือเอาใจคอลูกหนังชาวไทย จัดงาน ซีทีเอช บียอนด์ เดอะ เกมส์’ (CTH Beyond the Games) เปิดตัวมหกรรมฟุตบอลยอดนิยมของโลก บาร์เคลย์สพรีเมียร์ลีกอังกฤษประฤดูกาล 2014-15 พร้อมเผยโฉมกล่องบอลอังกฤษ (Barclays Premier League Box) เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับแฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลบาร์เคลย์สพรีเมียร์ลีก ทั่วประเทศ พร้อมทั้งคอนเท้นต์เอนเตอร์เทนเม้นท์ระดับพรีเมี่ยม ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ ผู้ประกาศข่าว นักแสดง และนักร้องชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    ภายในงาน CTH Beyond the Games ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสเตเดียมฟุตบอลขนาดย่อม จำลองบรรยากาศความสนุกสนานของการเฉลิมฉลองมหกรรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่กำลังจะมาถึง โดยมีผู้บริหารจากซีทีเอชและเหล่าพันธมิตรขึ้นกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ต่อด้วยการแสดงแฟชั่นโชว์ชุด บีพีแอล นิวเจอร์ซีส์ (BPL New Jerseys) โดยเหล่านางแบบและนักแสดงมืออาชีพซึ่งเป็นตัวแทนของสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีม ก่อนจะปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตสุดมันจากศิลปินสุดแนว Jetset’er

    สำหรับคอลูกหนังชาวไทย สามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ครบทุกแมตช์ผ่านกล่องฟุตบอลอังกฤษ (Barclays Premier League Box) จากซีทีเอช ในราคาเพียง 4,995 บาท และยังได้เต็มอิ่มกับช่องดิจิทัล รวมทั้งรายการสาระบันเทิงต่างๆจากซีทีเอช ไม่ว่าจะเป็น ช่อง FOX ไทย, ช่อง FOX Action Movie HD ที่รวบรวมหนังแอ๊คชั่นชื่อดังจากต่างประเทศมาไว้อย่างคับคั่ง, ช่อง Celestial Classic Movie สำหรับคอหนังคลาสสิค, ช่อง Cinema, ช่อง Family Guide สำหรับทุกคนในครอบครัว, ช่อง Stadium 1-5, ช่อง Mahidol channel, ช่อง NAT Geo Wild สุดยอดสารคดีที่จะพาคุณผจญภัยสู่อาณาจักรสัตว์โลก,ช่อง Wisdom , ช่อง เก้ายอด, ช่อง Sports Spirit HD, ช่อง Smile, ช่อง Chernyim, และ ช่อง Star Sports     ฟรีตลอดทั้งปี นอกจากนี้ผู้ซื้อกล่องฟุตบอลจากซีทีเอช จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลไปชมศึกฟุตบอลคู่แดงเดือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ลิเวอร์พูล ที่ประเทศอังกฤษทันที โดยสอบถามรายละเอียดและขอรับบริการได้สะดวกในทุกช่องทางการขายของซีทีเอช ที่ call center 1619 

  • สนุกดอทคอมเว็บไซต์ชั้นนำของไทยจับมือซีทีเอชเคเบิลยักษ์ใหญ่

    เปิดปรากฎการณ์ใหม่แห่งการดูฟุตบอล“Barclays Premier League”

    ครั้งแรกบนโลกออนไลน์ในประเทศไทย

    กรุงเทพฯ – 29 กรกฎาคม 2557 – สนุกดอทคอม เว็บไซต์ให้บริการข้อมูลข่าวสารและสาระบันเทิงชั้นนำของประเทศไทยจับมือซีทีเอชผู้ให้บริการและบริหารช่องทางการสื่อสารผ่านโครงข่ายเคเบิลทีวี ที่นำเสนอหลากหลายรายการรูปแบบดิจิตอลครอบคลุมทุกรูปแบบความบันเทิง เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุด “สนุกกับฟุตบอลอังกฤษ” ครั้งแรกในประเทศไทยสำหรับการรับชมผ่านเว็บไซต์สนุกดอทคอม ด้วยการเสิร์ฟความสนุกและความสุขให้กับคอบอลด้วยศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีคอังกฤษ ฤดูกาล 2014/15 สด ครบทุกแมตช์ คุณภาพคับแก้ว อัพเดทฉับไว ไม่พลาดทุกวินาทีสุดมันส์

    นายจักรพันธ์ พวงแก้ว รองประธานฝ่ายสื่อโฆษณาออนไลน์ บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์สนุกดอทคอม เปิดเผยว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเพย์ทีวีที่มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุดในประเทศไทย “ซีทีเอช” ซึ่งถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านเพย์ทีวีรายแรกที่จับมือกับเราเพื่อให้บริการแบบตอบรับสมาชิกบนเว็บพอร์ทัลของสนุก! ในแคมเปญ “สนุกกับฟุตบอลอังกฤษ” เพื่อถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีค อังกฤษ ฤดูกาล 2014/15 จากตัวเลขยอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยปัจจุบันกว่า 27 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นทุกปี และสนุกดอทคอมเองก็มียอดผู้ใช้งานถึง 24.5 ล้าน UV (Unique Visitor) ต่อเดือนจึงทำให้เราเชื่อมั่นว่าสนุกดอทคอมจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มช่องทางการรับชมฟุตบอลนัดสำคัญ ที่ซีทีเอชเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ และได้เลือกสนุกดอทคอมเป็นเว็บไซต์เดียวในการถ่ายทอดฟุตบอลฤดูกาลสำคัญครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าด้วยฐานผู้ใช้งานของสนุกดอทคอม จะช่วยให้เพิ่มยอดผู้เข้าชมให้ซีทีเอชได้เป็นอย่างดี สนุกดอทคอมจะทำให้คอบอลได้รับชมฟุตบอลผ่านคอมพิวเตอร์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้ไม่พลาดแมทช์สำคัญหรือไฮไลท์เด็ดๆ โดยสามารถรับชมช่องพิเศษบนหน้าเว็บไซต์สนุกดอทคอมได้ที่ “cth.sanook.com” เริ่มประเดิมการถ่ายทอดสดนัดแรกในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป โดยสามารถรับชมได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) หรือคอมพิวเตอร์พกพา (laptop) ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS”

    นอกจากการให้บริการช่องพิเศษบนหน้าเว็บไซต์สนุกดอทคอมแล้ว สนุกดอทคอมยังใช้สื่อออนไลน์หลายช่องทางเพื่อช่วยโปรโมทแคมเปญนี้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นประกอบด้วย หน้าเว็บไซต์สนุกดอทคอม ที่ได้รับการคลิกชมมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ในเว็บไซต์สนุกดอทคอม ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ คลิปวิดีโอ คลิปไฮไลท์ หรือช็อตเด็ดต่างๆมาเป็นช่องทางช่วยให้การเข้าชมทุกรายการง่ายยิ่งขึ้น, สนุก! โมบายล์ แอพพลิเคชั่นที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมการตลาดต่างๆ ในการรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีคของซีทีเอชบนหน้าเว็บไซต์สนุกดอทคอม

    แบนเนอร์โฆษณาโปรโมทแคมเปญบนหน้าเฟสบุ๊ค และใช้ WeChat โมบายล์โซเชียลแอพพลิเคชั่น ในการช่วยเผยแพร่รายการที่น่าสนใจของซีทีเอชและการร่วมสนุกลุ้นรางวัลต่างๆ ไปยังกลุ่มผู้ใช้งาน WeChat ผ่าน WeChat Sanook! Sport Official Account

    นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่ซีทีเอชได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับสนุก! ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์ We Share CTH Everywhere ซึ่งเน้นการขยายช่องทางการนำเสนอคอนเท้นต์สาระและความบันเทิงที่หลากหลาย ในระดับคุณภาพพรีเมี่ยม ด้วยราคาที่

    เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคคนไทยได้ทุกกลุ่มและครอบคลุมทุกพื้นที่ ซีทีเอชได้ก้าวเข้าสู่อีกขั้นหนึ่งของการส่งสัญญาณในการออกอากาศ จากเดิมที่มีเพียงจานดาวเทียมและเคเบิล ด้วยการให้บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยที่ผู้ชมสามารถรับชมได้ จากที่ทำงาน หรือทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนี่เป็นกลยุทธ์ของการสื่อสารผ่านเครือข่ายความเร็วสูงที่จะคืนกำไรตอบแทนให้กับผู้ชม โดยจะสามารถเล่นอินเทอร์เน็ต และรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ในเวลาเดียวกัน”

    “ทั้งนี้ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนั้นถือได้ว่าเป็นคอนเท้นต์ทางด้านกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีผู้ติดตามมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย และขณะที่ปัจจุบันยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) หรือคอมพิวเตอร์พกพา (laptop) ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac OS มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงเป็นที่มาของการนำเสนอแพ็คเกจใหม่ร่วมกับสนุก! ซึ่งเป็นการต่อยอดให้ผู้นิยมบริโภคคอนเท้นต์ผ่านเว็บพอร์ทัลได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสดครบทุกแมทช์ได้เป็นครั้งแรกบน PC” คุณเชิดศักดิ์กล่าวต่อ

     

    รูปแบบการให้บริการแพ็คเกจฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบ่งเป็นประเภทรายวันและรายเดือน คือ

    1. 1.       แพ็คเกจสนุก! รายวัน เลือกรับรับชม 1 ช่องจาก 5 ช่องที่ให้บริการ ค่าบริการ 199 บาท/วัน
    2. 2.       แพ็คเกจสนุก! รายเดือน
    • แพ็คเกจ S ค่าบริการ 399 บาท/เดือน รับชมฟุตบอลได้ 3 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • แพ็คเกจ M ค่าบริการ 599 บาท/เดือน รับชมฟุตบอลได้ 4 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • แพ็คเกจ L ค่าบริการ 699 บาท/เดือน รับชมฟุตบอลได้ 5 ช่อง ครบทุกแมตช์ รวมทั้งสิ้น 380 แมตช์ตลอดฤดูกาล พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง

    นอกจากนั้นยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้สมัครที่สมัครแพ็คเกจตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 31 ตุลาคม 2557 แบบเหมาจ่าย โดยจะทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลงเมื่อคิดเฉลี่ยต่อเดือน ดังนี้

    1. 1.       สนุก! 3 เดือน
    • ค่าบริการ 1,099 บาท/ 3 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 3 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 1,630 บาท/ 3 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 4 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 1,899 บาท/ 3 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 5 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    1. 2.       สนุก! 6 เดือน
    • ค่าบริการ 2,049 บาท/ 6 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 3 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 2,999 บาท/ 6 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 4 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 3,499 บาท/ 6 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 5 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    1. 3.       สนุก! ทั้งซีซั่น
    • ค่าบริการ 3,299 บาท/ 9 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 3 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 4,899 บาท/ 9 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 4 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง
    • ค่าบริการ 5,699 บาท/ 9 เดือน รับชมฟุตบอลได้ 5 ช่อง พร้อมช่องวาไรตี้กีฬาอีก 1 ช่อง

     

    นอกจากนั้นสำหรับผู้สมัครแพ็คเกจซีทีเอชผ่านสนุกดอทคอมทุกๆ แพ็คเกจตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 31 ตุลาคม 2557 จะได้สิทธิร่วมลุ้นจับรางวัลพิเศษสุด ตั๋วเข้าชมศึกแดงเดือดระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ใกล้ชิดติดขอบสนาม พร้อมกับแพ็คเกจทัวร์อังกฤษ และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมายมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cth.sanook.com

    เกี่ยวกับบริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด
    บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ สนุกดอทคอม (http://www.sanook.com) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 มีกลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มธุรกิจเนื้อหาและบริการ (Content & Services) ประกอบไปด้วย ข้อมูลข่าวสารและสาระบันเทิง (Infotainment content), ชุมชนออนไลน์และบริการออนไลน์ (Online community & services) บริการด้านมือถือ (Mobile application & Mobile content download) และบริการโฆษณาออนไลน์สำหรับธุรกิจ (Online Advertising for businesses)

     

    เกี่ยวกับบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน)

    บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร ผ่านการนำเสนอไปยังหลากหลายช่องทาง อาทิเช่น ระบบดาวเทียม ระบบ IPTV ระบบมือถือ ระบบอินเตอร์เน็ต และเคเบิ้ลทีวี ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่การเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบในการรับชม ปัจจุบันซีทีเอชมีจำนวนสมาชิกที่เป็นผู้ชมทั่วประเทศกว่า 2.5 ล้านครัวเรือน อันเป็นผลมาจากนโยบายการตั้งราคาที่เหมาะสมพร้อมที่จะแข่งขันกับคู่แข่งได้ กับการมีช่องทีวีและรายการที่เป็นที่ติดตามของคนทั้งประเทศ อาทิเช่น บาร์เคลย์ส พรีเมียร์ ลีก (Barclays Premiere League), ฟอกซ์ สปอร์ตส (Fox Sports) และช่องกีฬาและบันเทิงอื่นๆ รวมทั้งล่าสุด ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี (WWE) ส่งผลให้ตอนนี้ ซีทีเอช กลายเป็นช่องเปย์ทีวีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ ซีทีเอชยังมีรายได้หลักจากการขายโฆษณาและขายรายการที่ผลิตเพื่อออกอากาศ มีฐานสมาชิกและผู้ชมจำนวนมากจากทุกๆแพลตฟอร์ม  ทั้งนี้ บริษัทยังคงเร่งพัฒนาช่องรายการและเนื้อหาที่มีสาระบันเทิงให้ครบครัน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้คุณภาพด้านภาพและเสียงที่ดียิ่งขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก เพื่อให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับความพึงพอใจสูงสุด

Back to top